พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว มองว่า กรณีหญิงสร้างโลงแก้วเตรียมละสังขารนั้น ผิดวิสัยของการละสังขารตามความเชื่อทางศาสนาพุทธ เพราะปกติแล้วพุทธศาสนาไม่เน้นการโฆษณาความตายของตนเอง
ดังนั้น พระผู้ใหญ่เมื่อจะละสังขาร จะมีการเตรียมการให้การเสียชีวิตไม่ทิ้งความยุ่งยากให้กับคนข้างหลัง เช่น หลวงปู่ทวด พอรู้ว่าจะละสังขาร ก็เข้าป่าแล้วหายไปเลย ไม่ให้ใครมายุ่มย่ามกับซากศพ
แต่กรณีนี้ต้องต่อโลงแก้ว แถมประกาศว่าถ้าสิ้นไปซักระยะ จะกลายเป็นสารีริกธาตุ แสดงว่าต้องประกาศตัวเป็นพระอรหันต์แล้ว ถ้าไม่ใช่คือการอวดโม้ ซึ่งเป็นกิเลส
พระราชธรรมนิเทศ ระบุอีกว่า ก่อนจะสังขาร ในทางพุทธศาสนาต้องปลงสังขารก่อน คือปล่อยไปตามธรรมชาติ และในอดีตที่ผ่านมา พระผู้ใหญ่เมื่อจะละสังขารจะไม่ค่อยการกำหนดเวลาแน่ชัด มีเพียง 1 ในล้าน ที่สามารถทำได้ ซึ่งกรณีนี้ต้องรอดูว่าจะเป็นไปตามการทายทักหรือไม่
ส่วนกรณีที่ลูกชายสงสัยว่าแม่ถูกวางยา หรือไม่ หากเสียชีวิตจริงตามคำที่พระทัก ก็ควรให้แพทย์ตรวจเช็กสารพิษในร่างกาย