นายสิริพงศ์ ระบุอีกว่า ตนเองรู้สึกว่า ข้อมูลที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้มาเป็นข้อมูลล้าสมัย เพราะปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีสื่ออีสานจำนวนมากที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนไทย สามารถเผยแพร่ไปทั่วโลกและได้รับการยอมรับ อย่างเช่นเพลง “โดดดิด่ง” ของวง BNK ที่ได้รับคำชื่นชมจากประเทศต่าง ๆ จึงอยากฝากคนอีสานว่าอย่าไปใส่ใจเรื่องไร้สาระที่อาจจะมากระทบกระเทือนสภาพจิตใจ ให้เอามาเป็นพลังและพิสูจน์ให้เห็นว่าอย่าให้ใครมาดูถูกเราได้
ขณะที่ น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า วันนี้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจในเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเหยียดคนอีสานว่าอาจไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท โดยระบุว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีการพูดเหยียดคนอีสานในลักษณะเหมารวม ไม่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากเคยมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีคล้ายกัน พิจารณาว่าไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียหายที่แท้จริงได้ จึงยกฟ้อง เว้นแต่กรณีที่มีการอ้างชื่อบุคคล เช่น ลิซ่า วงแบล็กพิงค์ ผู้เสียหายสามารถมาฟ้องร้องดำเนินคดีได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนอีสานที่ไม่สบายใจกับการเหยียดเหมารวมและรู้สึกว่าได้รับความเสียหาย สามารถฟ้องเอาผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีแนวคำตัดสินศาลฎีกาในคดีคล้ายกัน จึงยังสรุปไม่ได้ว่าผิดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร