ปัจจุบันการเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะมีทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลายให้เราได้ใช้บริการ และยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล มีบทบาทสำคัญอำนวยความสะดวกการเดินทางมากขึ้น การบริการ "แอปฯ เรียกรถ" สามารถช่วยมาเติมเต็มการเชื่อมต่อความต้องการระหว่างผู้โดยสารและคนขับมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักอัตราค่าโดยสาร รวมถึงใครอยากจะประกอบเป็นอาชีพต้องรู้เรื่องใดบ้าง
ตลาดแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทย
1.แกร็บแท็กซี่ (Grab)
จุดเด่น : สามารถเรียกได้ทุกที่ ทุกเวลา, ให้คะแนนความชอบหลักใช้บริการได้, รู้ราคาตั้งแต่เรียกใช้บริการ, มีรถหลายแบบให้ได้เลือก
ราคา: ค่าโดยสารเริ่มต้น 25 บาท + 10 บาทต่อกิโลเมตร
2. Get (Gojek)
จุดเด่น : โปรโมชันเยอะ
ราคา: ค่าบริการเริ่มต้น 5 กิโลเมตรแรก 10 บาท จากนั้นคิดตามระยะทาง
3. LINE MAN Taxi
จุดเด่น : ราคาไม่แพง, โปรโมชันเยอะ, การชำระเงินมีให้เลือกหลายแบบ
ราคา: มีค่าโดยสารเริ่มต้น 35 บาท + ค่าเรียกรถ 20 บาท
4.Uber
จุดเด่น : ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ระดับไฮคลาส, โปรโมชันเยอะ
ราคา: ค่าโดยสารเริ่มต้น 50 บาท คำนวนตามกิโลเมตร 14 บาท คำนวนตามนาที 2.5 บาท ค่าธรรมเนียมการยกเลิก 75 บาท
5.Bolt
จุดเด่น : สามารถเลือกรถได้หลายแบบ มีไปจนถึงขนาดครอบครัว
ราคา: ค่าบริการเริ่มต้น 30 บาท มิเตอร์ระยะทาง 4 บาท/กิโลเมตร
6.บอนกุ (Bonku)
จุดเด่น : สร้างมาตรฐานด้านราคา บริการคุณภาพ และคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย โดยมีรถขนาดไซส์ XL บริการรถสำหรับรองรับผู้โดยสารสูงสุด 6 คน แต่จะคิดค่าบริการคำนวณจากระยะทางและเวลาที่ใช้ ฐานลูกค้ากลุ่มหลัก คือ วัยทำงาน
ราคา : เริ่มต้นที่ 40 บาท ให้บริการครอบคลุมกรุงเทพฯ, นครปฐม, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร
- ประกาศราชกิจจาฯ ค่าเรียกรถผ่านแอปฯ ค่าโดยสาร
สำหรับการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในหลายปีที่ผ่านมา ยังไม่มีกฎหมายรองรับสำหรับการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการสาธารณะได้ หลายครั้งจึงเกิดปัญหาระหว่างแท็กซี่กับรถบ้านธรรมดาที่มารับส่งผู้โดยสาร และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างได้
จนล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 หรือกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าบริการร เรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่น ต่างๆ โดยให้มีผลใช้บังคับทันที นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
“วอล์คกิ้ง สตรีท หรือ เมืองร้าง” 1 ปี 10 เดือน แสงสีที่หายไปจากพัทยา
นอกจากนี้ยังระบุอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารของรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้กำหนด ดังนี้
1.รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก
ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก 40 - 45 บาท
ระยะทางเกินกว่า 2 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 6 - 10 บาท
2.รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดกลาง
ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก 45 - 50 บาท
ระยะทางเกินกว่า 2 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 7 - 12 บาท
3.รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่
ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก 100 - 150 บาท
ระยะทางเกินกว่า 2 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 12 - 16 บาท
- กรณีที่ระบบคำนวณอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าประเมินว่าสภาพการจราจรจะทำให้รถไม่สามารถ เคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัย การคิดอัตราค่าโดยสารของรถตาม ให้คำนวณเพิ่มในอัตรานาทีละ 2 บาท
- ค่าบริการอื่น ให้กำหนดเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร ดังนี้
1.กรณีการจ้างผ่านระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เรียกเก็บเพิ่มในอัตรา 20 บาท
2.ค่าบริการเพิ่มกรณีที่ปริมาณรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่สมดุลกับความต้องการ ใช้บริการ ให้เรียกเก็บเพิ่มในอัตราไม่เกินหนึ่งเท่าของค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 200 บาท
- การเรียกเก็บค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารของรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้เรียกเก็บตามจำนวนเงินซึ่งคำนวณโดยระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ที่ปรากฏในอุปกรณ์เครื่องสื่อสารเพื่อการรับงานจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมการขนส่งทางบก ให้การรับรอง
จากประกาศดังกล่าว คำนวณราคาเริ่มต้นค่าโดยสารต่ำสุด 40 บาท บวกค่าบริการ (ค่าเรียกรถ) 20 บาท อยู่ที่ 60 บาท
- ขับรถรับจ้างเรียกใช้บริหการผ่านแอปฯ หลักเกณฑ์การทำอาชีพนี้
การเปิดให้ผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ยื่นขอรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งสามารถยื่นขอรับรองตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกรมการขนส่งทางบก จะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพิจารณา
ภายใต้หลักเกณฑ์การพิจารณาต่างๆ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีความปลอดภัยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล แสดงอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าที่ชัดเจนโดยละเอียด จะต้องรองรับการเรียกรถแท็กซี่มิเตอร์ในระบบและให้ความสำคัญในลำดับแรก ส่งเสริมการใช้รถยนต์รับจ้างไฟฟ้า กำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการจากผู้ขับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ไม่เกิน 25% กรณีแท็กซี่มิเตอร์จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการจากผู้ขับรถ โดยผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีความมั่นคง เป็นมืออาชีพ เปิดกว้างรองรับธุรกิจ Start-up ส่งเสริมธุรกิจดิจิทัล เป็นต้น
เปิดสถิติหวยออก 5 ปีย้อนหลัง งวด 16 พ.ย.
ตรวจหวย - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ลอตเตอรี่ 16/11/64
เมื่อผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกแล้ว จึงจะสามารถเปิดรับสมัครผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าเป็นสมาชิกได้
เงื่อนไขที่ต้องรู้
- หนึ่งคนต่อรถหนึ่งคัน
- มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่ถูกต้อง ผ่านการสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- รถยนต์ที่ใช้จะต้องเป็นของตนเองมีอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี
- มีหลักฐานการจัดให้มีประกันภัย และประกันภัยเพิ่มเติมตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยฯ ด้วย
- รถที่ขึ้นทะเบียนแล้วจะได้รับเครื่องหมาย รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับแสดงที่กระจกกันลมหน้าและกระจกกันลมด้านหลัง จึงจะสามารถออกให้บริการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย