ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุภาพร สุราฤทธิ์ อายุ 61 ปี แม่ค้าขายปลาย่าง และปลาเกลือทอด ซึ่งตั้งร้านรถเข็นขายบริเวณตลาดสดริมแม่น้ำสะแกกรัง เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ติดต่อผู้สื่อข่าวว่า มีมิจฉาชีพเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 45 – 50 ปี แต่ตัวดีภูมิฐาน เข้ามาซื้อปลาเนื้ออ่อนทอดในราคาถุงละ 100 บาท และนำเงิน 500 บาทส่งให้โดย นางสุภาพรฯ แม่ค้า และได้ทอนเงินกลับไป 400 บาท
มิจฉาชีพคนดังกล่าวที่รับเงินทอนไปแล้วบอกว่าแม่ค้าทอนเงินมาแค่ 300 บาท นางสุภาพร ก็เอะใจว่าทอนเงินถูกแล้ว แล้วเงินหายไปไหน ซึ่งแม่ค้ามั่นใจว่าทอนเงินถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรกลัวว่าจะทอนเงินผิดจริงจึงปล่อยเลยตามเลย
แต่เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่ร้าน ก็พบภายในภาพเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองได้ทอนเงิน ถูกต้อง และพบว่าภาพยังจับได้ได้ว่ามิจฉาชีพคนดังกล่าวใช้ความไวและความชำนาญซ่อนเงินไว้ในกระเป๋าเงินจำนวน 100 บาท และเอาเงินทอนให้ดูว่าทอนมาแค่ 300 เท่านั้น และนับดู และได้เพิ่มเงินทอนไปอีก 100 บาท และก็เดินหนีไปอย่างหน้าตาเฉย
นางสุภาพร เปิดเผยอีกว่า ไม่อยากจะไปแจ้งความ ก็เพราะเงินถูกหลอกไปเพียงแค่ 100 บาท ไปแจ้งก็ขี้เกียจจะตามเรื่อง แต่มาเสียความรู้สึกมากกว่าที่มาหลอกกันง่าย ๆ แบบนี้ และกว่าจะขายของได้แต่ละบาทก็ยากเต็มที่ในช่วงยุคโควิดแบบนี้ ยังมาคิดจะหลอกกันแบบหน้าด้าน ๆ อีกและถ้าเจอมิจฉาชีพคนในภาพ จะยอมเสียค่าปรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเลย ก็เพราะอยากตบหน้าคนทำ เพราะแค้นที่มาหลอกลวงกันแบบนี้
จึงได้แจ้งผู้สื่อข่าวขอให้แฉพฤติกรรมคนนี้ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับบรรดาแม่ค้าระวังภัยจากมิจฉาชีพที่มาก่อเหตุแบบนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีพฤติกรรมหลอกลวงแม่ค้าในตลาดสดในวันนี้หลายราย แต่น่าจะไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกในลักษณะแบบเดียวกัน ซึ่งแม่ค้ารายนี้ยังบอกอีกว่าเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเคยถูกหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเป็นผู้ชายแต่ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน คาดว่าน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน จึงได้หาทางป้องกันด้วยการติดกล้องวงจรปิดเพื่อจับผิด แต่ไม่วายถูกมิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเป็นครั้งที่ 2 อีก