WorldBank2026 WorldBank2026

เช็กสิทธิ "บำเหน็จ-บำนาญ"ประกันสังคม วิธีคำนวณ และได้เท่าไร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เช็กที่นี่! สิทธิประกันสังคมของมนุษย์เงินเดือน เปิดวิธีคำนวณจะได้รับบำเหน็จ-บำนาญเท่าใด ใครบ้างจะได้รับสิทธิ์และสามารถขั้นตอนการขอเบิกเงินอย่างไร?

เมื่อก้าวเข้าสู่ “วัยเกษียณ” สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพกาย แต่ยังมีเรื่องสุขภาพทางการเงินที่ต้องใส่ใจดูแลไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ตามเกณฑ์กำหนดจะได้รับสิทธิ ทั้ง "เงินบำเหน็จ" หรือ "เงินบำนาญชราภาพ" อย่างไร และเท่าใดนั้น ทีมข่าว PPTV News ได้รวบรวมข้อมูลมา มีรายละเอียดดังนี้

ช็อก! "วิล สมิธ" ตบหน้าดาวตลกกลางเวทีออสการ์

การเบิกเงินสมทบประกันสังคม

“เงินชราภาพ” มาจากเงินสมทบที่จ่ายประกันสังคม คิดเป็น 3% ของฐานเงินเดือนที่นำส่งเงินสมทบ โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “เงินบำเหน็จชราภาพ” ที่จ่ายเป็นก้อนครั้งเดียว และ “เงินบำนาญชราภาพ” ที่จ่ายให้รายเดือนตลอดชีวิต ซึ่งจะมีการเบิกจ่ายและเงื่อนไขในการใช้สิทธิประกันสังคมที่แตกต่างกันพตามระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ

บำเหน็จชราภาพ

สำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำเหน็จกรณีชราภาพได้ ต้องตรงตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ประกอบด้วย 1) อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ 2) สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตัว 3) เป็นผู้ทุพพลภาพ 4) เสียชีวิต ดังนี้

  • กรณีจ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินออมชราภาพของผู้ประกันตนฝ่ายเดียว โดยจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่าที่ผู้ประกันตนจ่ายให้กับสำนักงานประกันสังคม
  • กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินออมชราภาพของผู้ประกันตน + เงินสมทบนายจ้าง +ผลประโยชน์ตอบแทน ตามยอดเงินชราภาพ

เช็กสิทธิผู้ประกันสังคม กรณีผู้ประกันตน ม.33-ม.39 เสียชีวิต ทายาทได้รับ 3 สิทธิ

บำนาญชราภาพ

สำนักงานประกันสังคม ระบุอีกว่า ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญกรณีชราภาพ เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ดังนี้

  • กรณีจ่ายเงินสมทบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนคิดเป็นอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่จ่ายประกันสังคม โดยคำนวณจากฐานค่าจ้าง ขั้นต่ำ 1,650 บาท สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

ยกตัวอย่างเช่น กรณีผู้ประกันตนอายุ 55 ปี จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 15 ปี มีรายได้เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 15,000 บาท ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 3,000 บาท

  • กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนคิดเป็นอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่จ่ายประกันสังคม + อัตราการจ่ายเงินบำนาญให้อีก 1.5% ต่อปีของระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ

ยกตัวอย่างการคำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 15,000 บาท เช่น

  • ส่งเงินสมทบ 15-20 ปี มีค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 20.00-27.50% จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ 3,000-4,125 บาท/เดือน
  • ส่งเงินสมทบ 21-25 ปี มีค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 29.00-35.00% จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ 4,350-5,250 บาท/เดือน
  • ส่งเงินสมทบ 26-30 ปี มีค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 36.50-42.50% จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ 5,475-6,375 บาท/เดือน
  • ส่งเงินสมทบ 31-35 ปี มีค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 44.00-50.00% จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ 6,600-7,500 บาท/เดือน

ส่วนในกรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน (5 ปี) นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย

หลักฐานที่ต้องใช้เพื่อขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีชราภาพ

    -  แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)

กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย

  • สำเนามรณะบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ
  • สำเนาทะเบียนสมรสของผู้ประกันคนและของบริดามารดา (ถ้ามี)
  • สำเนาสูติบัตรของบุตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านของบุตร กรณีไม่มีสูติบัตร
  • หนังสือระบบให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ถ้ามี)

 กรณีบำนาญชราภาพ

สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ ต้องผูกบัญชี "พร้อมเพย์"

สำเนาสมุดบัญชี เงินฝากธนาคารหน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชี (กรณีขอรับเงินทางธนาคาร) ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน 11 ธนาคาร ดังนี้

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)
  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน)
  • ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน)
  • ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
  • ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด(มหาชน)
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรห์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

หลังจากผู้ที่ยื่นขอเงิน "บำนาญชราภาพ" ทางสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการตรวจสอบสิทธิ และ เงินบำนาญที่จะได้ในแต่ละเดือน โดยจะทำการโอนเข้าบัญชีทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน

อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ขอ "บำนาญชราภาพ" หลังจากได้รับอนุมัติ แล้วมีการโอนเงินแล้ว แต่ภายหลังกลับเข้าทำงานและเข้าระบบประกันสังคม หากไม่เกิน 60 วัน สามารถแจ้งใช้สถานพยาบาลเดิมได้ แต่หากเกิน 60 วัน ต้องเลือกสถานพยาบาลใหม่

ขั้นตอนการยื่นขอรับประโยชน์

สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมกรณีชราภาพ จะต้องลาออกจากประกันสังคมก่อน แล้วยื่นเรื่องเบิกค่าบำเหน็จบำนาญภายใน 1 ปี หลังลาออกจากกองทุนประกันสังคม โดยสามารถทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

  • ยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร 12 แห่ง/จังหวัด/สาขาที่สะดวก โดยให้นำแบบขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคม (สปส.2-01) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพใช้ประกอบการยื่นเอกสาร
  • สมัครบริการผ่านพร้อมเพย์ เพียงลงทะเบียนพร้อมเพย์กับธนาคารที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ด้วยเลขบัตรประชาชนและสมุดบัญชีเงินฝากเท่านั้น ซึ่งไม่ต้องยื่นสำเนาบัญชีธนาคารกับสำนักงานประกันสังคมในการขอรับประโยชน์ทดแทน และไม่เสียค่าธรรมเนียมในการรับเงินผ่านธนาคาร กรณีรับเงินบำนาญชราภาพ ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท

เช็กเงินสะสมกรณีชราภาพ

สำหรับวิธีการเช็กเงินสะสมกรณีชราภาพนั้น สามารถตรวจสอบได้ผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้

  • SSO Mobile App
  • Website : www.sso.go.th
  • Line Official Account : @SSOTHAI

วิธีเช็กยอดเงินสมทบผ่านเว็บไซต์ คลิกเดียวรู้ผลทันที

  1. เข้าเว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน / สมัครสมาชิก
  2. กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน
  3. สำหรับคนที่เข้าเว็บนี้ครั้งแรกต้องทำการสมัครสมาชิก กรอกหมายเลขโทรศัพท์เพื่อรับรหัสการยืนยันตัวตน
  4. ล็อกอินเข้าระบบและเลือกผู้ประกันตน
  5. เข้าสู่หน้า “ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน”
  6. คลิก “การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ”

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ