เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2565 ผู้สื่อจ่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางวันนี้ มีประชาชนทยอยเดินทางกันมาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง ด้วยวันนี้เป็นการทำงานวันสุดท้ายก่อนการหยุดยาว 5 วัน ซึ่งทาง ดร.สัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ก็ได้ออกมาประเมิน วันนี้จะมีผู้โดยสารเดินทางออกจากกรุงเทพฯ สูงสุด ประมาณ 40,000 คน
โดยทาง บขส. ได้จัดรถโดยสาร รถ บขส. รถร่วม และรถตู้ ประมาณ 3,800 เที่ยว ส่วนข้อมูลการเดินทางเมื่อวานนี้ มีผู้โดยสารใช้บริการ ทั้งขาเข้า-ขาออก กรุงเทพฯ จำนวน 57,142 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) จำนวน 5,193 เที่ยว
ขณะที่ผู้โดยสารที่เดินทางมาในวันนี้ ทุกคนต้องลงชื่อหรือทำการเช็คอินแอปไทยชนะ พร้อมกับวัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ตามมาตราการด้านสาธารณสุข ส่วนความมั่นใจในการเดินทาง หลายคนบอกว่า แม้จะกังวลในเรื่องของโควิด-19 อยู่บ้าง แต่ต้องใช้ชีวิตกับมันให้ได้ อย่าไปตื่นตระหนก ยิ่งเป็นวันหยุดยาวก็ขอกลับบ้านไปหาครอบครัวให้ชื่นใจ
นอกจากนี้อีกหนึ่งอย่างที่ปีนี้น่าจับตาคือ ต้นทุนราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น แม้ว่าทาง บขส.จะยังตรึงราคาค่าตั๋วโดยสารให้แก่ประชาชน แต่อีกเรื่องที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันนั่นคือ ราคาอาหาร เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสินค้าแพงขึ้นแทบทุก
โดยวันนี้ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ก็ได้มาลงพื้นที่ตรวจสอบผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ ณ สถานีขนส่งแห่งนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งภาพรวมราคาจำหน่ายสินค้าและค่าบริการส่วนใหญ่ ยังมีราคาใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เช่น
ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวกะเพรา หมู-ไก่ ไข่ดาว ราคา 35 บาท/จาน น้ำเปล่า ขนาด 600 มล. ราคา 7 บาท/ขวด หรือค่าบริการรับฝากสัมภาระก็เริ่มต้นที่ 20 บาท/ชิ้น ทำให้พี่น้องประชาชนก็ยังมั่นใจได้ว่าค่าครองชีพ กับค่าเดินทางในช่วงนี้ยังไม่ได้กระทบมาก