เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2565 มีภาพปรากฏให้เห็นสภาพบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ภายในหมู่บ้านบัวทอง ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จะเห็นกว่ามีขยะกองมหึมาวางอยู่เกลื่อนตั้งแต่หน้าบ้าน ไปจนถึงข้างบ้านจนแน่นเต็มพื้นที่
การสอบถามทราบว่า เจ้าของบ้านหลังนี้มีอาชีพเก็บของเก่า และแปรสภาพบ้านตัวเองเป็นเหมือนโกดังเก็บของมานานกว่า 15 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเพื่อนบ้านเคยร้องเรียนไปยังเทศบาล และพูดคุยเพื่อให้ขนย้ายขยะออกไป แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าขยะจะลดลงเลย
การสำรวจของทีมข่าวพบว่า ของที่วางทับถมกันส่วนใหญ่เป็นวัตถุไวไฟ เช่น ลังกระดาษ ลังพลาสติก และของชิ้นใหญ่อย่างตู้กับข้าว บางส่วนวางยังอยู่บนทางเท้า และถนนภายในหมู่บ้าน
เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเล่าว่า เคยได้ได้กลิ่นควันลอยออกมาจากบ้านที่เก็บของเก่า เพราะบ้านหลังนี้เคยทำกับข้าวแล้วเปิดไฟทิ้งไว้ เป็นแบบนี้อยู่ 3 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ลามไปติดกับของเก่า ซึ่งตัวเองก็กังวลใจว่า จะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นมาจริงๆ จนทุกวันนี้เตรียมเอกสารสำคัญเช่น ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชี ใส่แยกไว้ในกระเป๋าใบเล็กๆ วางไว้ข้างตัว หากเกิดเหตุอะไรจะได้คว้าได้ทัน
ด้าน นายเอกณัฐ หวังพันธุ์กระจาย เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ยอมรับว่า ขยะทั้งหมดนี้ตัวเองเป็นคนเก็บสะสมไว้ บางส่วนก็เก็บมาเอง และบางส่วนก็มีคนนำมาให้ ซึ่งจะเก็บเอาไว้เรื่อย ๆ จนมีปริมาณมาก ๆ แล้วค่อยนำมาคัดแยกนำไปขายทีเดียว เพราะหากขายทีละน้อยๆจะไม่ได้กำไร ในวันพรุ่งนี้ได้นัดให้รถรับซื้อของเก่าเข้ามารับขยะที่แยกไว้ และจะทยอยขนออกไปเรื่อยๆ แต่ยอมรับว่า เอาไปครั้งเดียวคงไม่หมด เพราะต้องคัดแยกประเภท ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้ราคา
นายเอกณัฐ ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะพยายามทยอยขาย และเก็บขยะบางไปทิ้ง แต่ถ้าจะให้เลิกทำให้อาชีพนี้ไปเลย ก็คงไม่ได้ เพราะตัวเองประสบอุบัติเหตุ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือน เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว และไม่ได้มีอาชีพอื่น จึงยึดการเก็บของเก่าขาย เป็นอาชีพให้พอเลี้ยงตัวเอง
อย่างไรก็ตามลูกบ้านหลายคน ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ครั้งนี้นายเอกณัฐจะทำตามที่พูด เพราะแม้จะเก็บออกไป แต่ก็ขนมาเพิ่มอีก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขจริงจัง ก่อนที่จะเกิดเหตุสลด