มีคลิปภาพสาวคนหนึ่งกับหญิงที่อ้างว่าเป็นเจ้าของหอพัก ในซอยบางแวก 77 ย่านภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โต้เถียงกันกรณีข้าวของเครื่องใช้ในห้องเธอถูกนำไปทิ้งในถังขยะ
ซึ่งสาวผู้เสียหาย พยายามอธิบายว่า แม้ว่าจะเคยแจ้งกับทางหอพักว่าจะย้ายของใช้ส่วนตัวออกจากห้องภายในสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคม แต่ที่จริงแล้วสัญญาเช่านั้นจะสิ้นสุดช่วงสิ้นเดือน ดังนั้นเธอมีสิทธิ์ที่จะทยอยนำของออกจากห้องก่อนหมดสัญญา
แต่ทางเจ้าของหอพัก ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า เธอมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่ก็ได้ ในเมื่อเธอเป็นเจ้าของหอ และเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าจะเอาของกลับไปก่อนสิ้นเดือนเธอก็มีสิทธิ์เก็บของออกจากห้องพักส่วนตัวได้
หลังคลิปนี้ถูกแชร์โดยเพจดัง ทำให้ผู้คนโซเชียลเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดนหลายคอมเมนต์เข้าข้างสาวที่กำลังจะย้ายออก เพราะมองว่าตามสิทธิ์ที่เธอสามารถย้ายของออกได้จนถึงสิ้นสุดสัญญาเช่าตอนสิ้นเดือน
ทีมข่าวพีพีทีวี ไปพบกับน.ส.อรวรรณ ปรั่งกลาง ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุในคลิปเกิดเมื่อ 22 พฤษภาคม แต่ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายนเธอได้แจ้งเจ้าของหอพักว่า จะขอย้ายออกช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม ระหว่างนั้นได้ทยอยขนของอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่ 8 พฤษภาคม ซึ่งที่ผ่านมาก็ขนแต่ของที่มีน้ำหนักไม่มาก เหลือของชิ้นใหญ่ ๆ ไว้เอารถมาขนตอนสิ้นเดือนและแจ้งทางหอพักล่วงหน้าไว้แล้ว จากนั้นก็กลับบ้านต่างจังหวัด เมื่อกลับมาอีกที พบว่าข้าวของในห้องหายไปหมด
ซึ่งแม้ของที่หายมีมูลค่าหลักพันแต่เป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เช่นกระเป๋าเป้ยี่ห้อดังที่น้องชายซื้อให้ยืนยันว่าได้ทำสัญญาเช่าตั้งแต่เดือนแรกที่เข้ามาอยู่ หลังเกิดเหตุได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางเสาธงแล้ว
ทีมข่าวเดินทางไปยังหอพักที่เกิดเหตุ ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังคนที่ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นเจ้าของหอพัก แต่ปลายสายอ้างว่า เป็นเพียงผู้ดูแลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของหอเท่านั้น และอ้างว่า น.ส.อรวรรณเช่าหอแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม และไม่ได้ทำสัญญาเช่า บางครั้งก็จ่ายค่าเช่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งก็ช่วยผ่อนปรนให้
ไม่เข้าใจว่าเหตุใดน.ส.อรวรรณจึงให้ข้อมูลว่าทางหอพักนำข้าวของไปทิ้งขยะ เพราะความจริงน.ส.อรวรรณขนของในห้องไปจนหมดตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมแล้ว ของที่เหลือในห้องมีเพียงขยะ จะมีบ้างที่เป็นสิ่งของส่วนตัว คือหมอน ผ้าห่ม 2 ผืน กระเป๋าแบ็กแพค 1 ใบ แก้วเบียร์ และจานชามที่ยังไม่ได้ล้าง
ทีมข่าวสอบถามนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความให้ความเห็นว่า การกระทำของผู้ดูแลหอพักอาจเข้าข่ายเป็นการลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือทำให้เสียทรัพย์ และอาจเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีได้