แต่ละปีมีการปลอมแปลง แบงก์ปลอม ในปี 2564 พบ ราว 1 ฉบับต่อแบงก์ที่ใช้หมุนเวียน 1 ล้านฉบับ โดยแบงก์ 1,000 บาท จะมีการปลอมแปลงมากที่สุด รองลงมาคือแบงก์ 100 บาท
ซึ่งการสังเกตแบงก์ปลอม เมื่อได้มาสิ่งแรกคือ ห้ามนำไปใช้ต่อเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นผู้กระทำความผิดเสียงเอง แต่ให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารให้ช่วยตรวจสอบ
มาดูในส่วนของ “โทษ” ปลอมแปลงธนบัตรและนำออกใช้
มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ทั้งคนนำไปใช้ต่อและคนผลิต
- คนใช้แบงก์ปลอม โทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับสูงสุด 300,000 บาท
- คนที่ไม่เคยรู้ว่าได้ได้ “แบงก์ปลอม” แต่ต่อมา รู้ ว่าเป็น “แบงก์ปลอม” แล้วนำไปใช้ต่อ โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 200,000 บาท
- คนผลิตแบงก์ปลอมมีโทษจำคุกสูงสุด ตลอดชีวิต ปรับสูงสุด 400,000 บาท
ส่วนคนแจ้งเบาะแส “แบงก์ปลอม” จนตำรวจตามจับได้อาจได้ เงินแสน เป็นรางวัลนำจับ
สังเกตอย่างไร ไม่เป็นเหยื่อ "แบงก์ปลอม"
วิธีการที่ดีที่สุดที่ช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ คือการสังเกตก่อนรับธนบัตร ซึ่งสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ง่าย ๆ 3 วิธี คือ
- การสัมผัส ยกส่อง และพลิกเอียง
- ควรสังเกตมากกว่า 3 จุดขึ้นไป เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
- ยกส่องกับแสง เพื่อดูลายน้ำหรือภาพเงาที่ชัดเจน หรือช่องใสที่มองเห็นทะลุทั้งสองด้าน
สัมผัสลวดลายด้านหน้าแบงก์จะรู้สึกนูนสะดุดมือ
ในส่วนของ ธนบัตรพอลิเมอร์ 20 บาท ซึ่งออกใช้พร้อมกันทั่วประเทศเมื่อ 24 มี.ค.2565 จะมีช่องใส มองเห็นทะลุได้ทั้งสองด้าน บางส่วนมีลายดุนนูนเป็นตัวเลข "20" และเป็นสีเหลืองแดง สังเกตง่ายปลอมยาก
ส่วนแบงก์อื่นๆ พลิกเอียงธนบัตรไปมา เพื่อดูแถบสีและลายดอกประดิษฐ์ ที่เคลื่อนไหวและเปลี่ยนสลับสีได้
อย่างไรก็ตาม การทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเทศไทย มีแนวโน้ม “แบงก์ปลอม” ลดลงเรื่อย ๆ โดยในปี 2564 พบธนบัตรปลอมน้อยกว่า 1 ฉบับต่อธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียน 1 ล้านฉบับ และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังอยู่ในอัตราต่ำ แต่ก็ควรหมั่นสังเกต และหากพบก็ควรรีบตรวจสอบหรือแจ้งตำรวจ ย้ำว่า “อย่านำไปใช้ต่อ” เพราะจะกลายเป็นมีความผิดเสียเอง
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย
"ประยุทธ์" เตือน! อย่าซื้อยาโควิด ในตลาดมืดมากินเอง ย้ำเวชภัณฑ์ยังพอ
วันหยุดธนาคาร ประจำปี 2566 หยุดกี่วัน มีวันไหนบ้าง เช็กที่นี่