มีภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นผู้หญิงรายหนึ่งเกาะรถกระบะตู้ทึบของสามีออกไป แต่ตัวของเธอร่วงลงกับพื้น โดนรถทับเสียชีวิตชีวิตคาที่
จากการสอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายที่เป็นลุูกติดมากับฝ่ายพ่อ อยากไปหาแม่แท้ ๆ ในโอกาสวันแม่ ฝ่ายภรรยาที่เป็นแม่เลี้ยงก็น้อยใจ ว่าทำไมไม่สอนลูกว่านี่ก็แม่นะ เลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ ๆ ทำให้ต่างฝ่ายต่างน้อยใจ พ่อจะพาลูกชายไปหาแม่ แต่แม่เลี้ยงอยากไปด้วย
ขณะที่ลูกสาวคนกลางของผู้เสียชีวิต บอกว่า แม่ตัวเองและพ่อใหม่ ได้อยู่กินกันมาหลายปีแล้ว ต่างฝ่ายต่างมีลูกติด ไม่เคยทะเลาะกัน รุ่งเช้าทราบว่า พ่อจะไปส่งน้องชาย แม่ด้วยความเป็นห่วงจึงขอติดรถไปด้วย
ไล่เลียงให้ดูจากภาพวงจรปิด คือ พ่อเดินออกมาจากบ้าน ลูกชายเดินตามออกมา หลังจากนั้นแม่เลี้ยงก็เดินตามออกมา เหตุการณ์ปกติ แต่เมื่อมาถึงรถ ฝ่ายพ่อไม่ยอมเปิดประตูให้ภรรยาขึ้นรถ ทำให้ภรรยาต้องเกาะประตูรถ จนเลยป้อมยาม ขึ้นไปบนถนน ช่วงที่เลี้ยวซ้าย รถกระบะได้ออกตัวเร็ว ทำให้ภรรยาซึ่งเกาะประตูฝั่งซ้ายมือหลุดจากตัวรถ ร่างถูกล้อหลังทับอย่างจังจนนอนแน่นิ่งกลางถนน ซึ่งผู้ตาย คือ นางสาวสุพัตรา อายุ 40 ปี เสียชีวิตในสภาพกะโหลกแตก
ขณะที่ทางครอบครัวรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันวิจารณ์การทำงานของพนักงานสอบสวน สภ. บางเสาธง ที่ปล่อยให้ศพนอนรอ ร้อยเวรกว่าสองชั่วโมง
ด้าน นายหนู รปภ. ของหมู่บ้าน เล่าว่า พบเห็นสองสามีภรรยาออกมาจากบ้านพัก ซึ่งอยู่หลังป้อมยามหน้าหมู่บ้าน โดยทั้งสองไม่ได้มีปากเสียงหรือพูดจาอะไรกันให้ได้ยิน แต่สังเกตเห็นว่า ฝ่ายภรรยาพยายามขึ้นรถกระบะของสามี แต่ขึ้นรถไม่ได้
ขณะที่บุตรสาวคนโต หลังทราบเรื่องเดินทางจากดอนเมืองมาดูที่เกิดเหตุ ถึงกับเข่าทรุดและร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ โดยพยามติดต่อพูดคุยกับฝ่ายพ่อเลี้ยง ซึ่งฝ่ายพ่อเลี้ยงระบุว่า ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และเอ่ยปากขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ด้านพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวสามีมาสอบปากคำ เบื้องต้นได้รวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดและประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและชันสูจน์พลิกศพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนข้อหาจะต้องรอสอบปากคำทั้งตัวสามีและพยานแวดล้อมอีกครั้ง