เป็นที่ถกเถียงกันในโซเชียล ถึงประเด็นที่เรียกร้องให้มีการยกเลิกหนี้ กยศ. ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนกระทั่งล่าสุด เว็บไซต์ ศูนย์วิจัยรัฐสวัสดิการ มีการแชร์ข้อความเชิญชวนลงรายชื่อ 10,000 รายชื่อ เพื่อยกเลิกหนี้ กยศ.ทำให้ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็เข้าใจเหตุผลว่า เหตุใดไม่ควรยกเลิก โดยมองว่า “ก่อหนี้เอง ก็ควรชดใช้เอง” และหากยกเลิก รุ่นต่อไป รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนไปให้กู้ยืม บางส่วนก็มองว่า รัฐควรมีสวสัสดิการให้เรียนฟรี เพื่อลดความเหลื่อมทางการศึกษา
ซึ่งจากสถิติข้อมูลของ กยศ. ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 พบว่า ขณะนี้ มีผู้กู้ยืมเงินกองทุน จำนวน 6,217,458 ราย อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3,458,429 ราย อยู่ในช่วงปลดหนี้ 1,056,958 ราย ชำระหนี้เสร็จสิ้น 1,633,702 ราย เสียชีวิตและทุพพลภาพ 68,369
ด้านนายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงกรณีล่ารายชื่อยกหนี้ กยศ. ตามที่มีข่าวการล่ารายชื่อให้ยกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้น
สำนักงานฯ ขอเรียนว่า การยกหนี้ กยศ. ไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้ กยศ. แต่จะทำให้ผู้กู้ขาดวินัยทางการเงิน ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต แต่รัฐบาลเข้าใจปัญหาของหนี้ กยศ. ตามกฎหมายปัจจุบัน จึงได้เสนอแก้ไขให้การชำระหนี้ กยศ. ยังคงเป็นไปตามหลัก เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ แต่ผ่อนปรนการชำระหนี้ กยศ. ให้สอดคล้องกับรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
“กองทุนเงินทดแทน” ฟินทั้งผู้ให้และผู้รับ ดูแลคุ้มครองตลอดชีวิตการทำงาน !