วันนี้ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ บัวแย้ม หรือนุช สังกัดตำรวจสันติบาล ผู้ต้องหาที่ทำร้ายลูกจ้าง ซึ่งเป็นอดีตทหารยศสิบตรี พร้อมกับทนายความได้เดินทางมาที่สภ.เมืองราชบุรี เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนที่พนักงานสอบสวน จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาล จ.ราชบุรี โดยผู้ต้องหานั้นไม่ได้มีท่าทางเคร่งเครียดอะไร หลังจากที่เมื่อวานนี้ ตำรวจได้เรียกตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ปล่อยตัวกลับบ้าน ก่อนจะนัดหมายให้มาพบอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้
สำหรับ การประกันตัวนั้น ทางทนายความของผู้ต้องหาจะต้องไปยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลต่อไป และขึ้นอยู่กับว่าทางศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ โดยเมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) ทางฝั่งของผู้เสียหาย พร้อมกับญาติๆ ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อยื่นหนังสือขอคัดค้านการประกันของ ส.ต.ท.(หญิง) กรศศิร์ ผู้ต้องหา เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาอาจมาข่มขู่คุกคามครอบครัวให้เกิดความหวาดกลัว
ส่วนเรื่องของใบรับรองแพทย์ที่ผู้ต้องหา นำมาเป็นหลักฐานนั้น ครอบครัวผู้เสียหายไม่เชื่อว่าผู้ต้องหา จะมีอาการป่วยมาก่อน เนื่องจากผู้เสียหาย อยู่รับใช้ผู้ต้องหา มานานกว่า 2 ปี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ไม่เคยเห็นผู้ต้องหาไปโรงพยาบาลหรือแม้แต่กินยา เพื่อรักษาอาการดังกล่าว แถมยังมีรายงานว่า ใบรับรองแพทย์ที่ผู้ต้องหานำแมาแสดงนั้น เพิ่งจะออกวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนวันที่เข้ามอบตัวเพียง 1 วันอีกด้วย
ขณะที่ในวันนี้ ทางสิบตำรวจโทหญิง ซึ่งเป็นผู้ต้องหา มีกำหนดต้องรายงานตัวกับต้นสังกัด คือกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ซึ่งผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ยืนยัน ต้องมาภายในวันนี้ เนื่องจากมีหนังสือส่งตัวมาแล้ว โดยต้นสังกัดเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย
พลตำรวจตรีอุดร วงษ์ชื่น ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ยืนยันว่า สิบตำรวจโทหญิงกรศศิร์ บัวแย้ม ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 จะต้องเข้ามารายงานตัวภายในวันนี้ เนื่องจากมีหนังสือส่งตัวมาที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาลแล้ว ซึ่งตามระเบียบ หากหนังสือมาถึง จะต้องมารายงานตัวในวันเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดเพิ่ม
โดยเมื่อเจ้าตัวมาถึง จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทันที ยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือกันแน่นอน ส่วนจะถึงขั้นต้องให้ออกจากราชการหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการสอบสวนของทาง สภ.เมืองราชบุรี ว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร ซึ่งมีการส่งข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว
โดยรายละเอียดการทำงานของตำรวจหญิงรายดังกล่าว พลตำรวจตรีอุดร ให้ข้อมูลว่า ย้ายมาจากหน่วยอื่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายมาตามวงรอบปกติ มีการย้ายพร้อมกันกว่า 100 คน จากนั้นเข้ามาทำงานได้ระยะหนึ่ง ก็ถูกให้ไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ซึ่งลักษณะการทำงาน ในด้านงานข่าว
โดยพฤติกรรมการทำงานยังไม่ได้รับรายงานความบกพร่องในหน้าที่ โดยลักษณะการทำงานของตำรวจสันติบาล ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานที่กองบังคับการทุกวัน เพราะเป็นงานข่าว ต้องออกไปหาข่าวตามพื้นที่ต่างๆ
ส่วนคำถามที่สังคมสงสัยว่าเหตุใดตำรวจหญิงจึงมีทหารรับใช้ได้ ตนเองไม่ทราบ แต่ตามปกติ ไม่สามารถมีได้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจยศไหนก็ตาม
ส่วนประวัติการรับราชการสิบตำรวจโทหญิง เริ่มเข้ามารับราชการตั้งแต่ปี 2560 แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่สังกัดใดก่อนหน้านี้ ซึ่งขั้นตอนการรับ มีการตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตหรือไม่ ตนเองไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในส่วนความรับผิดชอบ เรื่องการรับบุคคลภายนอกเข้าบรรจุราชการ มี “กองบัญชาการศึกษา” ทำหน้าที่เปิดรับสมัคร
ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามเพิ่มเติมว่าสิบตำรวจหญิงเข้ารับราชการตามระเบียบหรือไม่ เพราะหากเข้ารับราชการในปี 2560 แต่ปัจจุบัน อายุจะครบ 44 ปีในเดือนหน้า นั่นหมายความว่า เข้ารับราชการตอนที่อายุเกิน 35 ปีหรือไม่ ฃ
ผู้บังคับตำรวจสันติบาล 1 บอกว่า รายละเอียดเหล่านี้ไม่ทราบ เพราะเป็นส่วนที่กองบัญชาการศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบประเด็นเรื่องการเข้ารับราชการของ ส.ต.ท. คนดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังกองบัญชาการศึกษา มีรายงานว่า ตามระเบียบ บุคคลที่มีอายุเกิน 35 ปีจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการสอบเข้ารับราชการตำรวจ แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษบางประการ เช่น เป็นบุตรของอดีตตำรวจที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น