ต้นเรื่องมาจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของ ปุ๊กกี้ นพัชร์ธนมนต์ ธนะธรานนท์ ที่โพสต์สถานะไว้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่า ตั้งแต่เธอเคยโดนภาษีย้อนหลัง 4 ล้านบาท หลังจากนั้นก็ไม่โพสต์รายได้อีกเลย ขอใช้ชีวิตเงียบๆ และเตรียมวางแผนย้ายไปอยู่ ต่างประเทศ
โดยเธอยังอธิบายว่า ถูกเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจับตามองมาตลอด 4 ปี แบบไม่รู้ตัว เก็บภาพทุกโพสต์ ทั้งการซื้อบ้าน ซื้อรถ ทุกความสำเร็จของเธอไว้ พร้อมเตือนว่า ภาพความสำเร็จที่โพสต์ลงโซเซียล ถูกนำมาคำนวนเป็นข้อมูลในการคิดภาษีทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ น.ส.นพัชร์ธนมนต์ ธนะธรานนท์ หรือ ปุ๊กกี้ อายุ 25 ปี อดีตแม่ค้าออนไลน์ ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นโค้ชสอนทำการตลาดออนไลน์ บอกว่าที่ผ่านมา เธอพยายามโพสต์เตือนแม่ค้าออนไลน์เรื่องภาษีมาตลอด แต่เพิ่งจะเป็นประเด็นที่ทุกคนสนใจในครั้งนี้
ปุ๊กกี้ เล่าย้อนให้ฟังว่า เธอเริ่มต้นหาเงินหารายได้ออนไลน์จากการขายอาหารเสริมอย่างจริงจัง ตอนอายุ 18 ปี เพื่อหาเรียนต่อมหาวิทยาลัย และเมื่อเธอเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน จึงรู้ว่าต้องเสียภาษี จึงจดจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดก่อน และจดทะเบียนเป็นบริษัท ในวันที่ 17 กันยายน 2563 ซึ่งหลังจากจดทะเบียนบริษัทได้ประมาณ 1 เดือน ก็มีเจ้าหน้าที่สรรพากรเข้ามาติดตามเรื่องการเสียภาษี ซึ่งตนเองก็ตกใจมาก เพราะเพิ่งจะทำบัญชีเพื่อเตรียมเสียภาษีได้ไม่นาน
ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ประเมินจากกระแสเงินหมุนเวียนในบัญชีต่างๆของเธอ พบยอดโอนเงินเข้าออกรวมแล้วประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นของเธอกับลูกทีมจำนวนประมาณ 2,000 คน ในระยะเวลา 4 ปีย้อนหลัง ทำให้ถูกเรียกเก็บย้อนหลังรวม 4 ล้านบาท และทยอยจ่ายมาเรื่อยๆ ปัจจุบันก็ยังคงค้างต้องจ่ายเงินภาษีอีก 180,000 บาท
ปุ๊กกี้ ยอมรับเธอ ไม่ได้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายตั้งแต่แรก เพราะไม่มีความรู้ จึงพยายามที่จะสื่อสารเรื่องนี้ออกมา เพราะปัจจุบันมีน้องๆที่ยังอายุไม่ถึง 15 ปี ก็ทำการค้าขายออนไลน์แล้ว
เธอ จึงอยากแนะนำให้คนที่จะทำธุรกิจอะไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการทำบัญชี และควรเข้าไปปรึกษาขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สรรพากรก่อน