สภาพรถยนต์ ของนางศศิญา จันทร์ศรีแก้ว คุณครูในจังหวัดนราธิวาส ที่ขับพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนนความลึก 1 เมตรครึ่ง โดยด้านหน้ารถอยู่ในลักษณะปักหัวลงไปในร่องดังกล่าว ส่วนท้ายรถลอยขึ้นเหนือพื้นถนน
เหตุการณ์นี้อยู่บนถนนเพชรเกษม เส้นทางบ้านไม้เสียบ – พัทลุง ซึ่งเป็นจุดที่กำลังมีการก่อสร้างถนนอยู่ และจากการสังเกตในช่วงที่เกิดเหตุไม่ได้มีแผงกั้น หรือ แบริเออร์ปิดเส้นทางตรงจุดดังกล่าว
สอบถามผู้เสียหาย เล่าว่า ตัวเธอเป็นคุณครู และกำลังขับรถเพื่อไปสอนที่จังหวัดนราธิวาส พอถึงจุดที่เกิดเหตุเข้าใจว่าเป็นจุดกลับรถ เพราะไม่ได้มีเครื่องปิดกั้น ประกอบกับช่วงดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่าง จึงมองเส้นทางไม่ชัดเจน พอจังหวะที่หักหัวรถยูเทิร์นก็พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นร่องน้ำ แต่ก็หักหลบไม่ทันแล้ว รถพุ่งตกลงไปทันที รู้สึกตกใจมาก แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
ทีมข่าวสำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว เป็นเส้นทางช่วงสี่แยกโพธิ์ทอง ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยังอำเภอป่าพะยอม ซึ่งกำลังมีการซ่อมแซมถนนหลายจุด มีแท่งแบริเออร์วางกั้นเป็นช่วงๆ
โดยจุดกลับรถที่เกิดเหตุ เป็นช่วงก่อนถึงบ้านศาลาตำเสา บริเวณนี้มีการขุดร่องน้ำแบ่งช่องจราจรขาเข้า-ออก ลึกประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 3 เมตร
และหากเปรียบเทียบภาพขณะที่เกิดอุบัติเหตุ จะเห็นว่ามีแท่งแบริเออร์กั้นไว้เพียงแค่ 3 แท่งเท่านั้น ทำให้รถที่ต้องการจะยูเทิร์นเข้าใจผิดคิดว่าช่องว่างระหว่างแท่งแบริเออร์ คือจุดกลับรถ แต่พอขับเข้าไปรถก็ตกลงร่องน้ำ
ส่วนอีกภาพ หลังเกิดอุบัติเหตุ วันนี้ทางผู้รับเหมาโครงการบูรณะทางหลวงหมายเลข 41 สายบ้านไม้เสียบ-พัทลุง ก็นำแท่งแบริเออร์ มาวางกั้นเพิ่มเป็นแนวยาวทั้งสองฝั่ง เพื่อป้องกันอันตรายเกิดซ้ำอีก
การสอบถามชาวบ้านละแวกดังกล่าว ให้ข้อมูลว่าช่วงกลางคืนบริเวณนี้ค่อนข้างมืด เพราะไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หากคนขับไม่สังเกต หรือ ไม่ชำนาญเส้นทางก็จะมองไม่เห็นว่ามีร่องน้ำอยู่ ที่ผ่านมามีรถที่ตกลงไปในรองน้ำดังกล่าวมาแล้ว 5 คัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งสัญญาณไฟ หรือป้ายแจ้งเตือนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก.