จากกรณีดราม่าในโลกออนไลน์ มีการแชร์ว่า ผู้ประกอบการปลากุเลาเค็มตาก จ.นราธิวาส ไม่ได้ถูกสั่งสินค้านำไปปรุงเป็นเมนูรับแขกผู้นำเอเปค 2022 อย่างที่รัฐบาลประกาศออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้ทางสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมายืนยันว่า ซื้อจากร้านปลากุเลาในพื้นที่จริง แต่สั่งซื้อจากร้านนี้เพียงร้านเดียวที่ได้โอท็อป 5 ดาว จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด
โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง คือ อาหารที่เสิร์ฟในงานกาลาร์ดินเนอร์สำหรับผู้นำประเทศจะเป็นแบบฟิวชั่น
โดยเชฟชุมพล ได้ออกแบบอย่างพิถีพิถัน และหากจะเป็นสินค้าจากชุมชน ก็ต้องเป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานด้านคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) 5 ดาว โดยผู้จัดงานได้ซื้อปลามาจากร้าน “ปลากุเลาเค็มตากใบป้าอ้วน” ซึ่งเป็นสินค้า OTOP 5 ดาว แต่ผู้ประกอบการกลุ่มอื่นไม่ได้ทราบข้อมูลตรงนี้ จึงเกิดความเข้าใจผิด
ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก ปลากุเลาเค็มป้าอ้วนตากใบ ก็โพสต์ชี้แจ้งว่า ที่ร้านเป็นเพียงร้านเดียว ในอำเภอตากใบ ที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด ด้านคุณภาพที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่น่าเชื่อถือ หรือ ในระดับ 5 ดาว ซึ่งก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่ได้มาซื้อปลากุเลาเค็มไป จำนวน 1 ตัว เพื่อนำไปชิม จากนั้นสั่งซื้อผ่านออนไลน์ เนื่องจากมีการซื้อวันละหลายหมื่นบาท ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลังจากมีกระแสข่าวเอเปค ทำให้ร้านไม่ได้ทันได้ตรวจสอบ ซึ่งยืนยันว่าหน่วยงานภาครัฐ โดยตัวแทนได้สั่งผ่านระบบออนไลน์ไป จึงเกิดข้อผิดพลาดกันในกลุ่มผู้ค้าปลากุเลาเค็มตากใบ
พรจรัส ปฐมศิริกุล เจ้าของร้านปลากุเลาเค็มป้าอ้วนตากใบ บอกว่า รู้สึกดีใจมาก ที่ ปลาเค็มของที่ร้านถูกสั่งไปเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารต้อนรับผู้นำในการประชุมเอเปค 2022 เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักปลากุเลาเค็มตากใบมาก่อน บางครั้งก็ถูกถามว่า ทำไมสินค้าราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 1,800 บาท การเป็นกระแสข่าวในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้หลายคนรู้ว่า ปลาเค็มของทางร้านมีคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถัน ผลิตโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน รสชาติและรสสัมผัสจึงเหมาะสมกับราคา
ตอนนี้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างล้นหลามทุกช่องทาง จากเดิมขายได้วันละ 1-2 ตัว หรือประมาณ 80 0กรัม -1 กิโลกรัม หรือบางวันขายไม่ได้เลย กลายเป็นรับออเดอร์แทบไม่ทัน ตั้งแต่ 11.00-21.00น. ขายได้มากกว่า 10 กิโลกรัม และยังมีการสั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่องจนมีมูลค่าการสั่งซื้อมากกว่า 50,000 บาท
สำหรับปลากุเลาเค็มตากใบ ถือเป็นสินค้าที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (จี-ไอ) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อ 30 มิถุนายน 2558 เป็น ปลาเค็มรสชาติไม่เค็มจัด เนื้อฟู มีกลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์ของปลาเค็ม ซึ่งผลิตจากปลากุเลาสดตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 1,300-1,500 บาท นิยมซื้อเป็นของฝาก
ขณะที่ร้านจำหน่ายปลากุเลาเค็มในพื้นที่ตากใบหลายๆ ร้าน อย่างผู้ประกอบการทั้ง 9 กลุ่ม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ต่างเร่งผลิตปลากุเลาเค็มส่งขาย แต่ติดปัญหา คือ ตอนนี้ทะเลอ่าวไทยเป็นช่วงมรสุม ทำให้ปลากุเลา ที่ชาวประมงจับมาจากทะเลมีไม่มาก