"กัญชา"ขายได้โลละ 7 หมื่น ไม่มีอยู่จริง นักวิจัย เตือนอย่าหลงเชื่อ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักวิจัยกัญชา มทส.เตือน เกษตรกรอย่า เชื่อกัญชา กก.ละ 7 หมื่นไม่มีอยู่จริง ชี้กฎหมายควบคุมช่อดอกเป็นเรื่องดี แต่ถ้ายังหาตลาดขายไม่ได้ อย่าแห่ปลูก

วันนี้ 2 ธ.ค. 2565 ที่ฟาร์มปลูกกัญชามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการเร่งเก็บเกี่ยวช่อดอกกัญชา เพื่อนำไปอบแห้งเตรียมส่งไปจำหน่ายตามออเดอร์ ให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยฟาร์มปลูกกัญชามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ถือว่าเป็นต้นแบบฟาร์มปลูกกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเชิงพาณิชย์

ราชกิจจา เผยประกาศสธ. คุมเข้มช่อดอกกัญชา ส่งออก-จำหน่าย ต้องมีใบอนุญาต

พบผู้ป่วยจากการใช้ "กัญชา" เพิ่มขึ้น 4 เท่า

ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาสายพันธุ์กัญชา และการปลูก ตั้งแต่ การวางระบบโรงเรือนมาตรฐาน การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม การเพาะกล้า เตรียมการปลูก บำรุงรักษา การเก็บเกี่ยว การรักษาคุณภาพ และทำการวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้กับวิสาหกิจชุมชนที่สนใจ นำไปต่อยอดเป็นธุรกิจผลิตพืชเศรษฐกิจใหม่อย่างมีคุณภาพ ตามหลักเกณฑ์ GAP ซึ่งมีวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ มาขอคำปรึกษาและร่วมเป็นเครือข่ายเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ดร.นันทกร บุญเกิด นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญโครงการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มทส. ได้กล่าวถึงประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้ช่อดอกกัญชา เป็นสมุนไพรควบคุม โดยห้ามจำหน่ายให้เด็ก สตรีมีครรภ์ นักเรียน นักศึกษา ห้ามโฆษณาเพื่อการค้า ห้ามจำหน่ายเพื่อการสูบในสถานประกอบการ และห้ามจำหน่ายผ่านตู้อัตโนมัติว่า กฎหมายใหม่ที่ออกมานี้เพื่อควบคุมการใช้ช่อดอกกัญชาในทางการแพทย์ ซึ่งต้องมีการปลูกโดยไม่ใช้สารพิษ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะจะใช้ทำยาที่นำเข้าสู่ร่างกาย หากตรวจพบสารพิษแม้แต่น้อย จะเป็นอันตรายมาก

 ดังนั้นการจะปลูกกัญชาให้ได้คุณภาพใช้ในทางการแพทย์ จะต้องรู้วิธีปลูกในแบบเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งเกษตรกรที่จะปลูกเพื่อนำช่อดอกไปใช้อย่างเสรี ก็ปลูกได้เฉพาะสายพันธุ์ที่มีสาร CBD เท่านั้น ส่วนใครที่จะปลูกสายพันธุ์ที่มีสาร THC จะต้องไปขอใบอนุญาตปลูกเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวนมาก มาถามถึงแหล่งจำหน่าย แต่ทาง มทส.มีหน้าหน้าเฉพาะการวิจัยเท่านั้น เรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นหน้าที่ของเกษตรกรเอง ยิ่งกัญชาเป็นพืชใหม่ที่ไม่มีการปลูกอย่างแพร่หลาย ก็ยิ่งต้องหาแหล่งขายใหม่

 ซึ่งเกษตรกรก็คาดหวังว่าจะสามารถขายช่อดอกได้ในราคากิโลกรัมละ 70,000 บาทขึ้นไป จึงได้พากันแห่มาปลูกกัญชากันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาไม่รู้จะขายให้ใคร เพราะรัฐบาลก็ยังไม่ได้เปิดเสรีให้ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออก ต้องขายในประเทศที่หาคนซื้อแทบจะนับคนได้ เมื่อช่อดอกมีจำนวนมากกว่าความต้องการซื้อ ก็จะขายได้ในราคาถูก เพราะช่อดอกกัญชาไม่มีราคากลาง ขนาดกิโลกรัมละ 5,000 บาท ก็ต้องยอมขายเลย ที่พูดกันว่าจะขายได้กิโลกรัมละหลายหมื่นเป็นเพียงแค่พูดกันไปเองทั้งนั้น

 ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจที่มาขอคำแนะนำการปลูกกัญชาที่ มทส.ตนเองก็จะถามก่อนว่าให้ไปหาตลาดก่อน ถ้ายังหาตลาดไม่ได้อย่าปลูกเลย จะเสียเวลาและขาดทุนเปล่าๆ แต่ถ้าจะขายให้หน่วยงานกลาง เช่นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เขาก็รับซื้อได้เพียงปริมาณจำกัด ไม่สามารถรับซื้อได้ทั้งหมดแน่

ดังนั้นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ก็ต้องไปสืบหาว่ามีหน่วยงานใดบ้าง ที่จะสามารถซื้อช่อดอกกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์ได้ เช่น หน่วยงานแพทย์แผนไทย, รพ.สต.ที่มีนโยบายนำกัญชาไปผลิตเป็นยาใช้ในทางการแพทย์ เป็นต้น และถ้าอยากจะขายให้ได้ราคาสูง ก็ต้องควบคุมคุณภาพให้ได้เกรด A ซึ่งเรื่องการปลูกกัญชาเชิงคุณภาพ ทาง มทส.มีองค์ความรู้เหล่านี้อยู่เต็มเปี่ยม สามารถมาขอคำปรึกษาได้ตลอดเวลา.

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ