ทีมข่าว PPTV ได้พูดคุยกับแหล่งข่าวท่านหนึ่ง ที่สมัครสอบตำรวจนายสิบกองอำนวยการเมื่อรอบวันที่ 27 พ.ย.65 ให้ข้อมูลว่า ตอนที่เข้าสอบพบความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศผลสอบ ได้เข้าไปตรวจผลคะแนนผ่านทางเว็บไซต์ผลปรากฎว่า ไม่ผ่านการคัดเลือก
แต่ที่รู้สึกติดใจและสังเกตเห็นความผิดปกติก็คือ มีผู้เข้าสอบที่นามสกุลเหมือนกันหลายคนไม่ต่ำกว่า 3 คน ซ้ำในลักษณะเป็นคู่ๆ ได้ที่นั่งติดๆกันและผลคะแนนสอบได้ท่ากันด้วย
แหล่งข่าวระบุว่า การสอบตำรวจนายสิบกองอำนวยการรอบที่ผ่านมา มีผู้สมัครสอบมากกว่า 130,000 คน รับผู้ผ่านคัดเลือกจำนวน 700 คน เฉลี่ยคือผู้เข้าสอบ 20,000 คนต่อ 1 ที่นั่ง โดยผู้ที่สอบผ่านจะมีคะแนนประมาณ 110 คะแนนขึ้นไป
อีกจุดหนึ่งที่เธอรู้สึกว่าผลคะแนนสอบมีความผิดปกติ คือ บางคนสอบได้คะแนนเท่ากัน เช่น ผู้เข้าสอบ 2 คนสอบได้ 115 คะแนนเท่ากัน ทำไมถึงไม่ผ่านการคัดเลือกทั้งคู่ จะมีแค่ 1 คนที่สอบผ่านทั้งๆที่ได้คะแนนสอบเท่ากัน ทำให้เกิดคำถามว่าใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกผู้ที่สอบผ่านหรือปัดตกไป
แต่เมื่อทราบข่าวว่าพบการทุจริตการสอบ ก็ไม่แปลกใจ แต่ก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ และคิดว่าคนอื่นๆที่ตั้งใจมาสอบก็คงผิดหวังไม่แพ้กัน หากมีการทุจริต เพราะต้องเสียค่าสมัครกว่า 500 บาท ซึ่งแม้อาจดูไม่มากสำหรับบางคน แต่หากคำนวนตามจำนวนผู้สมัครกว่า 130,000 คน รัฐก็จะได้ค่าสมัครถึง 75 ล้านบาท ขณะที่หลายคนก็ตั้งใจเดินทางมาจากจังหวัดไกลๆ เพื่อมาสอบ
ส่วนช่องโหว่ในการทุจริตระหว่างการสอบนั้นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อสอบน่าจะหลุดออกไปช่วงก่อนเข้าห้องสอบประมาณ 2-3 ชม. เป็นไปได้แค่ไหน แหล่งข่าวระบุว่า ก็พอจะมีช่องว่างของเวลาอยู่บ้าง โดยในวันที่เธอสอบคือ 13.30 เดินไปถึงประมาณ 10.30 น. ผู้เข้าสอบต้องนั่งรอหน้าตึกก่อน 11.30 น. ถึงจะเริ่มขึ้นไปบนตึกสอบได้ และต้องนั่งรออีกประมาณ 1 ชม.30 นาที และได้เข้าสอบจริงๆคือ 13.30 น. ตามเวลา
ส่วนการตรวจค้นร่างกายตามระเบียบเพื่อป้องกันการนำอุปกรณ์ต้องห้ามเข้าไปในห้องสอบนั้น เธอเปรียบเทียบให้ฟังกับสนามสอบอื่นๆ ซึ่งตัวเธอเคยผ่านการสอบเข้ารับราชการมาก่อน หรือการสอบ ก.พ. โดยการสอบก.พ.จะเข้มงวดน้อยกว่าการสอบตำรวจมาก อย่างศูนย์สอบที่ไปสอบค่อนข้างจะตรวจเข้มพอสมควร ผู้เข้าสอบต้องสวมชุดกีฬา ก่อนเข้าห้องสอบจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจอุปกรณ์ต้องห้ามทั่วๆไป ต่างหู สร้อย แม้แต่เงินก็นำเข้าไปไม่ได้ต้องฝาก อุปกรณ์ที่นำเข้าไปได้จะมีแค่ดินสอ ปากกา บัตรประชาชนเท่านั้น ก่อนจะเข้าที่นั่งสอบประจำผู้เข้าสอบจะต้องถอดถุงเท้า ถือรองเท้าเข้าไปโดยต้องผ่านเครื่องสแกนวัตถุโลหะก่อน แต่เจ้าหน้าทีจะไม่มีการค้นตัวผู้เข้าสอบ ตรงนี้แหละที่อาจจะมีผู้เข้าสอบบางคนสามารถแอบเอาโพยซ่อนเข้าไปได้
นอกจากนี้สิ่งที่เธอสังเกตคือ จะมีผู้สอบกลุ่มหนึ่งเข้าห้องน้ำพร้อมกันบ่อยผิดสังเกต ซึ่งแม้เธอจะเห็นว่ามีคนคุมสอบตามไป แต่ก็ไม่รู้ว่า คนคุมจะอยู่แค่หน้าห้องน้ำหรือไม่ นอกจากนี้ในห้องยังเห็นมีเข้าสอบคนหนึ่งที่เป็นสามทอมมีท่าทีหลุกหลิก และไม่ค่อยสนใจทำข้อสอบ ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าคนนี้ได้คะแนนเท่าไหร่ แต่หากดูจากเลขที่นั่งสอบก็เหมือนจะผ่านการคัดเลือก
แหล่งข่าวบอกว่า มั่นใจว่าการสอบรอบที่ผ่านมามีการทุจริตเกิดขึ้นแน่นอน ถึงแม้จะสอบไม่ผ่าน ถ้ามีการเปิดสอบใหม่รอบหน้าคงจะไม่ไปสมัครสอบแล้ว เพราะไม่มั่นใจในกระบวนการคัดเลือก