นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 5 ระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 5 ตรวจสอบข้อร้องเรียนทุจริตในอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ มาตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ซึ่งขณะนั้นมีการตรวจสอบในประเด็นที่ปรากฏตามสื่อ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการตัดไม้ การเบิกลูกจ้างอันเป็นเท็จ การเบิกโครงการสมาร์ทพาโทรเป็นเท็จ ซึ่งมีการสรุปรวบรวมต่างๆ เสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารับไว้เป็นคดีไต่สวนข้อเท็จจริง
โดยหลังจากเรื่องนี้ปรากฎตามสื่ออีกครั้ง เลขา ป.ป.ท. ปฎิบัติหน้าที่ในส่วนเลขาของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) จึงสั่งการให้ลงพื้นที่สอบถาม “แม่บ้าน” ที่ออกสื่อ และสอบสวนขยายผลต่อ
จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่า “แม่บ้าน” คนดังกล่าว เป็นผู้ลงนามในสัญญาจริง แล้วก็พบว่ามีเงินโอนเข้าราว 3 หมื่นกว่าบาทจริง แต่ได้รับเพียง 6 พันบาทต่อเดือน และเพิ่มเป็น 7 พันบาทในภายหลัง โดยมีพยานบุคคลยืนยันว่า “แม่บ้าน” ได้รับเงินเพียงเท่านั้น โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานรับเงินส่วนที่เหลือไป โดยจากการสอบถาม “แม่บ้าน” ให้ข้อมูลว่า จะมีสมุดเล่มหนึ่งที่ลงชื่อผู้ปฏิบัติงาน ซึ่ง “แม่บ้าน” ยืนยันไม่เคยพบมาปฎิบัติหน้าที่ แต่มีการเอาชื่อมาอ้างว่าเอาเงินส่วนที่เหลือไปจ่าย ทำให้ประเด็นนี้ มีมูลทุจริต ในการใช้ชื่อ “แม่บ้าน” เบิกเงินรายเดือน โดยไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เป็นพฤติการณ์ส่อไปในการเบิกค่าแรงเป็นเท็จ
ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ท. เขต 5 ทราบตัวบุคคลในรายชื่อที่ระบุว่าเป็นลูกทีมของแม่บ้านแล้ว และเตรียมลงไปสอบสวนขยายผลต่อ และหากรวบรวมข้อมูลฝั่งผู้ร้องครบถ้วน ก็ต้องเรียกฝั่งที่ถูกร้องเข้ามาชี้แจงต่อไป