กรณีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่เกยตื้นที่ ชายหาดปลายแหลมสนอ่อน แหลมสมิหลา จังหวัดสงขลา ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 30 ปี โดยเรือภัทรพัณณ์ เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ขนาด 2,037 ตันกรอส ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน ใกล้กับเขื่อนกันทราย ร่องน้ำทะเลสาบสงขลาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งภายในเรือไม่มีน้ำมัน สาเหตุมาจากสมอเรือขาดจากสภาพคลื่นลมแรงในทะเล
ผ่านมาเกือบ 1 เดือน เรือภัทรพัณณ์ ยังอยู่ที่เดิม สภาพดี ตั้งตรงไม่เอียง และยังมีลูกเรือประจำอยู่บนเรือตลอดเวลา ซึ่งเจ้าของเรือต้องว่าจ้างรถแบ็คโฮมาไว้บริเวณท้ายเรือที่มีหางเสือและใบจักรเรือ เพื่อขุดทรายออก ไม่ให้ใบจักรและหางเสือจมอยู่ในทราย
ขณะนี้เจ้าของเรือได้ประสานไปยังบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกู้เรือโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เคยมากู้เรืออรพิน 4 ที่มาเกยตื้นบริเวณนี้ เมื่อปี 2557 โดยมีแผนกู้เรือในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 นี้และประมาณกลางเดือนคาดว่าจะสามารถลากเรือออกจากชายหาดได้
วิธีการกู้เรือจะใช้แผนเดียวกับที่เคยใช้กู้เรืออรพิน 4 เมื่อปี 2557 จะใช้เรือดูดทรายทำการดูดทรายที่บริเวณน้ำลึกที่ประมาณ 4 เมตร ทำร่องน้ำเข้าไปหาตัวเรือที่เกยตื้นชายหาด ให้มีความลึกตลอดร่องน้ำที่ 4 เมตร มีความยาว 500 เมตร และมีความกว้างร่องน้ำ 18 เมตร เพื่อเป็นร่องสำหรับนำเรือออก หลังจากนั้นใช้รถแบ็กโฮ 2 คัน พร้อมทั้งเรือบาสแบ็กโฮ 2 ลำ ทำการขุดรอบเรือที่เกยชายหาด จนกระทั่งให้มีน้ำเลี้ยงโดยรอบเรือ และให้เรือลอยขึ้นด้วยตัวเอง
เมื่อเรือลอยแล้ว ก็นำเชือกมาผูกกับหัวเรือทำการลาก เพื่อหมุนหัวเรือออกสู่ทะเล คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10-15 วันหากไม่มีคลื่นลมแรง ส่วนร่องน้ำที่ขุดนำเรือออกก็จะทำการปรับพื้นทรายให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมทันที คาดว่าจะใช้งบประมาณหลัก 10 ล้านบาท