ความคืบหน้าในคดีการจับกุม นางสาวพิชญ์นรี ตันติวิทย์ หรือ “เม พรีมายา” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีลูกข่ายโพสต์โฆษณาชวนเชื่อลงทุน 6,000 บาท กำไร 15 ล้านบาท ในเวลา 3 เดือนนั้น
พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ยืนยันว่าแผนดำเนินธุรกิจที่ลงทุน 6,000 บาท ได้กำไร 15 ล้านบาท ภายใน 3 เดือน นั้นทำได้จริง
แต่ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหา และขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ ทำให้ตำรวจไม่สามารถแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนได้
ส่วนจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะหลักฐานต่างๆ ที่ “เม พรีมายา” โพสต์ลงโซเชียลนั้น จะต้องชี้แจงทั้งหมด หากชี้แจงไม่ได้ หลักฐานก็อาจมัดตัวเอง
ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหลักฐานการหลบเลี่ยงภาษีของผู้บริหารและเครือข่าย "พรีมายา" จำนวน 12 คน ไปยื่นให้กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
หลังพบว่า บริษัท "พรีมายา" หลบเลี่ยงการจ่ายภาษีจากการจำหน่ายสินค้า ไม่ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ แต่กลับโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ส่อเจตนาเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะบัญชีรายได้ กำไร ไม่สอดคล้องกับการเสียภาษีที่ยื่นไป
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ "เม พรีมายา" และ น้องร้องสาว "ใบเตย" ออกมาชี้แจงที่มาของเงินทุนจากการร่วมหุ้นกันเปิดคลินิกเสริมความงาม มีทุนการจดทะเบียน 100 ล้านบาท เนื่องจากส่วนตัวเชื่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการฟอกเงิน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับ Forex-3D หรือไม่นั้น ต้องให้ "ใบเตย" ออกมาชี้แจง
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า นายอัจฉริยะ ออกมาเคลื่อนไหวเพราะหวังตบทรัพย์นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง เพราะหากจะทำเช่นนั้นคงไม่มาแจ้งความ อีกทั้งกรมสรรพากรตรวจสอบพบว่า เครือข่ายพรีมายาเลี่ยงภาษีจริง มูลค่าหลายร้อยล้าน ซึ่งหลังจากนี้ ตำรวจ ปอศ. จะต้องเรียกเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเข้ามาร้องทุกข์ และเรียกผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงการเลี่ยงภาษีด้วย
“เม พรีมายา”มอบตัว แจงลงทุน 6,000 บ.กำไร 15 ล้าน ไม่ใช่คำชวนเชื่อ