มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เข้ายื่นหนังสือแทนเด็กหญิงวัย 14 ปี หลังถูกชาย 15 คนรุมโทรมต่อเนื่อง ซ้ำยังถูกกลุ่มญาติผู้ต้องหากดดันจนต้องไปขอพักอาศัยในบ้านพักเด็ก ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดเลย
โดยเหตุการณ์อันน่าหดหู่เด็กหญิง 14 ปีคนนี้ เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปี 2564 เมื่อเพื่อนของพี่ชายต่างพ่อบุกเข้ามาข่นขืนชำเราหลายครั้ง
และต่อมาเพื่อนพี่ชายคนนี้ได้พาเธอออกจากบ้าน ส่งต่อให้ชายอีกราว 10 ที่รออยู่เพื่อรุมโทรม โดย 2 ใน10 คนเป็นตำรวจ และหลานกำนันในพื้นที่
หลังเกิดเหตุ เด็กหญิงเลือกออกจากโรงเรียน โดยไม่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มารับจ้างขายผลไม้และได้ตกลงปลงใจกับชายวัย 50 ปี ผูกข้อมืออยู่กินฉันสามีภรรยา แต่ว่าแก๊งรุมโทรม 11 คนยังไม่เลิกรา พาไปข่มขืนอีกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10 ครั้ง กระทั่งสามีของเด็กหญิงทนไม่ไหว พาหนีไปอยู่ต่างจังหวัด
จากนั้นไม่นานเด็กหญิงเกิดตั้งครรภ์ สามีจึงพากลับบ้าน และหวังว่าเรื่องราวจะจบลง แต่สุดท้ายก็ถูกชาย 11 คนรุมโทรมเหมือนเดิม
สามีจึงพาเด็กหญิงหนีอีกรอบ ครั้งนี้ไปทำงานสวนยางบนเขาต่างอำเภอ แต่ก็ถูกคนในแก๊งเดิมประสานพวกอีก 4 คนให้มารุมโทรมอีกระหว่างที่สามีเธอออกไปกรีดยาง ทั้งที่ขณะนั้นเธอตั้งท้องได้ 7 เดือนแล้ว
สุดท้ายสามีทราบเรื่องจึงตัดสินใจเข้าไปร้องศูนย์ดำรงธรรม และแจ้งความกับตำรวจ
ล่าสุดชายทั้ง 15 คนถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันโทรมหญิงและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีกลุ่มญาติออกมาประท้วงหน้าโรงพัก เพราะเชื่อว่า ชายทั้ง 15 คนเป็นแพะ จากการที่เด็กหญิงกุเรื่องขึ้นมาแบล็กเมล์ เด็กหญิงและครอบครัวจึงต้องหลบภัยไปอาศัยในบ้านพักเด็กเป็นการชั่วคราว
นางทิชา ณ นคร ประธานที่ปรึกษามูลเด็กเยาวชนและครอบครัว ที่เข้ามาช่วยเหลือเคสนี้มองว่า แม้การต่อสู้คดีทางเพศจะเป็นเรื่องยาก แต่หากชนะจะเป็นการส่งสัญญาณทางบวกกับเหยื่อ ว่ายังสามารถเชื่อและพึ่งพากระบวนการยุติธรรมได้
เบื้องต้นกระทรวงยุติธรรมรับเรื่องราวของเด็กหญิงคนนี้เข้าตรวจสอบแล้วและเตรียมรับเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานจนกว่าจะสิ้นสุดการพิจารณาคดี
ส่วนเด็กหญิงวัย 14 ปีล่าสุดเพิ่งคลอดลูกได้ 3 วัน เธอยืนยันว่าพร้อมจะต่อสู้คดีนี้อย่างถึงที่สุด