เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ นำรถห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจสอบ ไปตั้งในพื้นที่ร้านรับซื้อของเก่า ใน ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อร่วมตรวจสอบหาวัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม -137 ที่หายไปจากโรงไฟฟ้า บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
การค้นหาครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ขยายพื้นที่ในการตรวจออกจากพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ เพราะตรวจครบแล้ว จึงไปพื้นที่ข้างเคียง
ซึ่งเป็นสถานที่รับกำจัดวัสดุจากโรงงาน หลักการในการตรวจหาคือ หากเป็นพื้นที่โล่ง จะใช้เจ้าหน้าที่ นำเครื่องมือตรวจวัดปริมาณรังสี และเครื่องมือระบุชนิดวัสดุปริมาณรังสี เดินสำรวจ
แต่หากเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือมีเศษวัสดุกองจำนวนมาก จะใช้ "โดรนที่ติดอุปกรณ์สำรวจปริมาณและระบุชนิดปริมาณรังสี" บินสำรวจ สัญญาณการตรวจวัดในรัศมีราว 1 เมตรของเครื่องตรวจจับ จะถูกส่งมาที่อุปกรณ์ติดตั้งหน้างานแบบเรียลไทม์ มีความแม่นยำสูงมาก
ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบพบวัสดุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ย้ำว่า หากคนที่เอาไป ไม่ทำอะไรก็จะปลอดภัย แต่ถ้านำไปผ่าก็จะเจอหลอดข้างใน ถ้าหักก็จะเจอซีเซียม ซึ่งก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ฉะนั้นอย่านำไปผ่าเด็ดขาด
หลายฝ่ายมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะ ซีเซียม - 137 เป็นสารที่อันตราย ข้อมูลจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ซีเซียม -137 เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีของธาตุซีเซียม ซึ่งเป็นผลผลิตฟิชชั่น เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่น ที่ใช้เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสี
เมื่อเกิดการรั่ว เช่น อุบัติเหตุของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทำให้ซีเซียมกระจายอยู่ทั้งในดิน น้ำ และเข้าสู่วงจรอาหาร โดยอาหารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ผัก ผลไม้ นม อาหารทะเล และอาหารที่แปรรูปจากวัตถุดิบทางการเกษตร
เมื่อสารซีเซียม-137 เข้าสู่ร่างกาย บางส่วนจะถูกขับออกจากร่างกายทางเหงื่อและปัสสาวะ และบางส่วนจะตกค้างและสะสมในกล้ามเนื้อ ตับ ไขกระดูก หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดความผิดปกติในระดับโครโมโซมหรือพันธุกรรม หรือ เป็นสารก่อมะเร็งได้
โดยการสำรวจอาการเบื้องต้น หากได้รับสารซีเซียม – 137 ในระยะแรก อาจมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงถึง 2 วันหลังโดนรังสี หากปล่อยเอาไว้ไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกร็ดเลือด จะลดระดับลงเรื่อยๆ ในเวลาหลายๆสัปดาห์ และจะเสียชีวิตในเวลา 2-3 เดือน ผู้ป่วยมักเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเลือดออกมากและไม่สามารถหยุดได้