นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ ในฐานะผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ร่วมกันร่างคำร้องและรวบรวมรายชื่อ ส.ส. จำนวน 1 ใน 10 ของ ส.ส. ทั้งหมด ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 144 สืบเนื่องจากกรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีการคงไว้ซึ่งหุ้นส่วน และยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
โดย นายทวี กล่าวว่าที่มาวันนี้มี 2 เป้าหมาย ที่เป็นข้อเรียกร้องใหญ่ คือหนึ่งให้การพิจารณาว่า การเป็น ส.ส. และกรรมาธิการ ของศักดิ์สยาม มีส่วนทำให้ได้ไปซึ่งงบประมาณในปี 2564 และได้นำเงินไปใช้ถึง 372 สัญญานี้ขัดต่อมาตรา 144 รัฐธรรมนูญปราบโกง หรือไม่ ประการที่สอง คือให้ ศาลรัฐธรรมนูญเรียกเงินคืน 4,000 กว่าล้านภายใน 20 ปี พร้อมดอกเบี้ย
ด้าน นาย ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า วันนี้หลักฐานที่นำมาก็เป็นหลักฐานที่เสริม และต่อกันกับหลักฐานการยื่นหยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรีของศักดิ์สยามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยยื่นต่อประธานสภาฯ มาแล้วในความผิดมาตรา 170 และมาตรา 82 แต่มาตรา 144 กฎหมายปราบโกงไม่อยู่ในอำนาจของประธานสภา ดังนั้นจึงต้องมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณา
ในส่วนของกรอบเวลา คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีกรอบเวลาอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้รีบวินิจฉัยใน 2 ปี ที่ยังมีสิทธิตรวจสอบ เพราะผู้ส่อทำผิดอาจจะลาออกตำแหน่งก่อนมีการตรวจสอบได้
ส่วนประเด็นที่นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จะยื่นฟ้องนายศักดิ์สยามนั้น จะมีส่วนเกี่ยวข้องเสริมกันหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ตอบว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้มีการกระตุ้นให้มีการพิจารณาเรื่องศักดิ์สยามเร็วขึ้น ส่วนบ่ายนี้ ที่นายชูวิทย์ จะไปร้อง กกต. ขอให้มีการยุบพรรค ภูมิใจไทย เรื่องนี้ ตัวเองไม่เห็นด้วย เพราะว่าควรให้ประชาชนตัดสินเอง ว่าจะให้คะแนนเสียงในครั้งหน้าหรือไม่