สิ่งแรกที่เห็นเมื่อก้าวเข้าสู่สนามยิงปืน ภายในกองบังคับการปราบปราม คือ ข้อกำหนดการใช้สนามที่นี่ ระบุจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ และนำอาวุธปืนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนเข้าใช้สนาม
พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ รองผู้กำกับการ กองกำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม ครูฝึกยิงปืน และผู้ดูแลสนามยิงปืนที่นี่ บอกว่า ข้อบังคับเหล่านี้จะแตกต่างกันไปแต่ละสนาม แต่จุดมุ่งหมายสำคัญคือเพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการ
โดยสนามของกองปราบฯ ไม่ได้ระบุเกณฑ์อายุผู้ที่จะมาเข้าใช้บริการ เนื่องจากเน้นให้บริการข้าราชการตำรวจ ยังไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไป แต่จากประสบการณ์ พ.ต.ท.วชิระ บอกว่า สนามยิงปืนทั้งของรัฐ และเอกชนโดยทั่วไป กำหนดให้ผู้มาสมัครสมาชิกต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ คืออายุเกิน 20 ปี แต่ในการมายิงปืนที่สนามจริง มีบ่อยครั้งที่ผู้ปกครองพาเด็กมา
ส่วนใหญ่เพราะต้องการฝึกฝนในด้านกีฬา ซึ่ง ก็สามารถเข้ามายิงปืนในสนามได้แต่ต้องมีผู้ปกครองดูแลอยู่ตลอด เป็นข้อกำหนดโดยทั่วไปของทุกสนามยิงปืน ไม่ได้มีกฎหมายบังคับ โดยปืนที่ใช้ต้องเป็นปืนของผู้ปกครองหรือปืนของเจ้าหน้าที่สนาม เพราะเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่สามารถมีใบอนุญาตพกพาปืนได้อยู่แล้ว
พ.ต.ท.วชิระ ยังให้ความเห็นว่า การฝึกยิงปืนตั้งแต่เด็ก จริงๆ แล้วก็มีประโยชน์ เพราะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงกีฬา รวมถึงได้ฝึกการใช้ปืนอย่างถูกต้อง ฝึกการตัดสินใจ และฝึกควบคุมอารมณ์
พร้อมย้ำว่า ปืน หากอยู่เฉยๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายใครได้ แต่เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เกิดจากตัวคนเป็นหลัก ทั้งสภาพจิตใจ อารมณ์ชั่ววูบ การขาดสติ ดังนั้นก่อนใช้อาวุธปืน อยากให้ควบคุมจิตใจ ควบคุมสติอารมณ์ให้ดี เพราะอาวุธปืนไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา