แม้จะเกิดการสู้รบ และเป็นอันตราย แต่แรงงานไทยยังอยากทำงานต่อที่ประเทศอิราเอล สาเหตุเป็นเพราะอะไร ทีมข่าวพีพีทีวี ได้พุดคุยกับประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ทราบว่า แรงงานไทยในอิสราเอลได้ค่าแรงมากกว่าอยู่ที่ไทย 2-3 เท่า ทำให้บางคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สงครามไม่อยากกลับไทย แม้ต้องแลกกับความเสี่ยง
ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย บอกว่า แรงงานไทยเป็นหนึ่งในแรงงานที่ตลาดแรงงานในตะวันออกกลางรวมถึงอิสราเอลต้องการมาก
ย้อนรอยเหตุรุนแรงอิสราเอล-ปาเลสไตน์ช่วงปี 2005-2023
เพราะมีความขยัน และส่วนใหญ่มาจากภาคการเกษตร มีประสบการณ์ทำงานเกษตรมาก่อน ขณะที่อิสราเอลก็เป็นหนึ่งในประเทศที่แรงงานไทยสนใจไปทำงาน เนื่องจากได้รายได้มากกว่าอยู่ที่ไทย 2-3 เท่า แม้จะต้องแลกกับความเสี่ยง
นายชาลีบอกว่า แรงงานไทยเกือบ 3 หมื่นคนที่ทำงานอยู่ในอิสราเอล ส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตร มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 4-5 หมื่นบาทเมื่อคิดเป็นเงินไทย นอกจากนี้ยังมีแรงงานในภาคก่อสร้าง ซึ่งหากเป็นแรงงานมีฝีมือ มีประสบการณ์มาก ได้รายได้เดือนละ 6-7 หมื่นบาท
ข้อมูลจากสำนักแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า มีแรงงานไทยในอิสราเอล 29,964 คน เป็นแรงงานถูกกฎหมาย 22,726 คน ผิดกฎหมาย 7,238 คน โดยประมาณ ทำงานร้านอาหาร 493 ก่อสร้าง 130 ที่เหลือทำงานภาคเกษตร
นายชาลี ยังบอกว่า แรงงานในอิสราเอลเจอสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายปี แต่สาเหตุที่มีแรงงานแจ้งความประสงค์ขออพยพกลับไทยในขณะนี้ 2,990 คน ส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะแรงงาน 5-6 พันคนที่อยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นสมรภูมิรบนั้นถูกตัดสัญญาณไม่สามารถเข้าถึงการสื่อสาร ส่วนแรงงานอีกกว่า 2 หมื่นคน อาจจะไม่ได้อยากกลับประเทศไทยเนื่องจากไม่ได้อยู่ในพื้นที่สงครามยังสามารถทำงานได้ปกติ นายจ้างก็ยังจ้างงานอยู่ นอกจากนี้หลายคนเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน ที่อิสราเอลเป็นหลักแสนบาท หากจะกลับไทยก็เสียดายเงิน และกลัวว่าจะกลับไปทำงานที่นั่นไม่ได้อีก
เมื่อถามว่าพอเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะทำให้แรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลน้อยลงไหม นายชาลีมองว่าหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติเชื่อว่าแรงงานไทยยังอยากไปทำงานที่นั่นเหมือนเดิม แต่เสนอให้ภาครัฐบูรณาการการทำงานร่วมกับทางการอิสราเอลให้มากขึ้น เพื่อทำงานเชิงรุกไปพูดคุยสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานไทยในอิสราเอลทุกพื้นที่ เหมือนกับที่ในประเทศไทยมีกรมแรงงานทุก ๆ จังหวัด
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่า แรงงานไทยที่กลับมาแล้ว เมื่อสถานการณ์สงบ จะกลับไปทำงานที่เดิม สามารถทำได้ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับไปทำงานอีกครั้ง ซึ่งจะมีการหารือว่าจะนำงบฯ ส่วนใดมาใช้ต่อไป ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะพยายามช่วยให้กลับไปทำงานให้ได้มากที่สุด
“ฉนวนกาซา” คือที่ไหน? บ้านหลังสุดท้ายหรือกรงขังชาวปาเลสไตน์