ปริศนา! ศพเมียทหาร ซุกปล่องลิฟต์เก่าในแฟลตย่านพญาไท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พบศพหญิงคนหนึ่งที่เป็นภรรยาของทหาร ในแฟลตทหารย่านพญาไท ในปล่องลิฟต์เก่าหลังหายหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืยวันลอยกระทง สาเหตุการตายยังไม่มีข้อสรุป

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจสน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิต จากการตกจากที่สูงภายในแฟลตสวัสดิการข้าราชการทหาร กองทัพภาคที่ 1 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งทางเข้า-ออกมีเจ้าหน้าที่ทหารตรวจสอบตลอดเวลาไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด

โดยตำรวจให้ข้อมูลว่า จุดพบศพ ภายในบริเวณอาคาร ความสูง 4 ชั้น บนชั้นดาดฟ้าเปิดเป็นห้องไม่ได้ล็อค ภายในเป็นบ่อขยะที่ไม่ได้เปิดให้ใช้งานนานแล้ว มีความกว้าง 3x3 เมตร ปากบ่อกว้าง 3x 1 เมตร ลึก 15 เมตร

บริเวณด้านล่างของบ่อขยะ พบศพ น.ส.ประกายแก้ว อายุ 36 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าแขนขาหักผิดรูป ใส่เสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าใบเล็กสีน้ำตาล ไม่ใส่รองเท้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูไม่สามารถ ลงไปในบ่อขยะ เพื่อนำศพขึ้นมาได้เนื่องจากมีเสี่ยง ต้องใช้เครื่องเจาะคอนกรีตกับกำแพงด้านข้างบันไดให้ทะลุเพื่อนำศพออกมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อยไม่พบบาดแผล ภายในกระเป๋าสะพายข้างไม่มีโทรศัพท์มีเพียงถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้งานหลายชิ้น เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งไปชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุ

เบื้องต้น จากการสอบถามสามีผู้เสียชีวิต ทราบว่า ก่อนช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ย. 2566 ซึ่งเป็นคืนวันลอยกระทง ตนดื่มสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนทหาร ส่วนภรรยาก็ดื่มสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนภรรยาทหาร ซึ่งอยู่ภายในแฟลตดังกล่าว จากนั้นในช่วงกลางดึกภรรยาบอกให้ตนกลับห้องพักเพื่อดูลูกก่อนแล้วจะตามไปภายหลัง สามีของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลอีกว่าเวลาผ่านไปนาน จึงได้พยายามโทรศัพท์หาภรรยาแต่ก็ไม่มีคนรับสาย จึงได้เรียกกลุ่มเพื่อนช่วยกันตามหาจนเกือบเช้าแต่ไม่พบตัว จึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งวันนี้มีคนได้กลิ่นเน่าเหม็นบริเวณบันได จึงขึ้นไปตรวจสอบพบศพดังกล่าว

เบื้องต้น พบเบาะแส เป็นภาพกล้องวงจรปิดบริเวณตึกแฟลตทหารกองทัพภาคที่ 1 ช่วงเวลาประมาณ 01:26 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 คืนวันลอยกระทง สามารถบันทึกภาพของ น.ส.ประกายแก้ว เดินออกมาจากห้องน้ำในตึกแฟลตทหารที่มีการจัดกินเลี้ยงสังสรรค์กันกับเพื่อน ก่อนที่ภายหลังจะพบร่างเสียชีวิตอยู่ภายในบ่อขยะแฟลตทหารอีกตึกหนึ่ง

นายเสฏฐวุฒิ  โรจน์ธนวรกุลล น้องชายของ น.ส.ประกายแก้ว ผู้เสียชีวิตวันนี้เดินทางมารับเอกสารการเสียชีวิตที่ สน.บางซื่อ เพื่อนำไปติดต่อขอรับร่างพี่สายที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

นายเสฏฐวุฒิ บอกว่า ตามปกติแล้วตัวเองจะพูดคุยกับพี่สาวทุกวันเพราะพักอยู่ห้องเดียวกันในตึกแฟลตทหาร พร้อมเปิดแชทข้อความให้ทีมข่าวดู วันที่ 27 พ.ย.ยังสามารถติดต่อได้ พี่สาวมีการส่งสติกเกอร์ตอบกลับข้อความสุดท้าย ช่วง 19:43 น. จากนั้นวันที่ 28 พ.ย.ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก โดยบอกว่า ก่อนพี่สาวจะหายไป คืนวันลอยกระทงที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมาได้นั่งกินเลี้ยงอยู่กับสามีและเพื่อนในแฟลตเดียวกันประมาณ 4-5คน จากนั้นช่วงประมาณเที่ยงคืนสามีของพี่สาวได้กลับห้องพักไปดูลูกชายก่อน

ต่อมา ช่วง 01:25น. คาบเกี่ยววันที่ 28 พ.ย.หลังกินเลี้ยงเสร็จ พี่สาวได้แยกย้ายกลับห้องพัก โดยเพื่อนที่เห็นพี่สาวเป็นคนสุดท้าย บอกว่า ก่อนแยกกัน เห็นพี่สาวเดินเข้าห้องน้ำก่อนแยกย้ายกันกลับ

สำหรับการเสียชีวิตของพี่สาว นายเสฏฐวุฒิ  บอกว่ามีประเด็นสงสัยผิดปกติหลายอย่าง เช่นตึกที่พบร่างไม่ใช่ตึกที่พี่สาวพักอยู่ ตามปกติแล้วพี่สาวจะพักอยู่เฟลตเดี่ยวลักษณะเป็นห้องแบบครอบครัว ภายในห้องพักแยกเป็นสองห้อง ห้องหนึ่งครอบครัวพี่สาวพักอยู่ อีกห้องตัวเองเป็นคนพักอาศัย ส่วนตึกแฟลตที่เสียชีวิตเรียกว่าแฟลตคู่ ตั้งอยู่ด้านหน้า ส่วนตัวมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่เวลาดึกขนาดนั้นพี่สาวจะขึ้นไปด้านบนดาดฟ้าแล้วตกลงมาเสียชีวิต

อีกทั้งหลังเกิดเหตุทางตำรวจ บอกว่ามีหลักฐานล้องวงจรปิดด้านหน้าของตึกที่พี่สาวเสียชีวิตเห็นภาพ พี่สาวเดินไปหยุดอยู่บริเวณด้านหน้าตึก เหมือนคนปกติไม่มีอาการมึนเมา แต่ลักษณะเหมือนเอะใจ หรือมีคนในตึกเรียกให้หันไป แล้วจากนั้นพี่สาวจึงเดินเข้าไปด้านในตึกเกิดเหตุ แต่ไม่เห็นบุคคลอื่นในภาพวงจรปิดเลย อีกทั้งมีภาพวงจรปิดอีกมุมเห็นว่า ก่อนไปตึกดังกล่าว พี่สาวออกจากห้องน้ำ และหยิบโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋า แต่ปรากฏว่าที่ศพของพี่สาวโทรศัพท์หายไป เชื่อว่าพี่สาวถูกฆาตกรรมมากกว่า

ขณะที่หลังจากพี่สาวหายตัวไป นายเสฏฐวุฒิ บอกว่า สามีของพี่สาวได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะขณะนั้นยังหายไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังเป็นผู้ที่ตามหาพี่สาวอย่างต่อเนื่องทุกวัน และที่ผ่านมาระยะเวลาประมาณสี่ปีที่พี่สาวอยู่กินกับสามีมีเพียงทะเลาะกันเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่เคยเห็นทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าอาจเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่นั้น นายเสฏฐวุฒิ บอกว่า พี่สาวเป็นมะเร็งไทรอยด์ระยะที่ 3 ซึ่งตอนนี้พี่สาวกำลังรักษาตัวอยู่ต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาพี่สาวไม่ได้แสดงความเครียดจากอาการป่วยเลย อีกทั้งพี่สาวเป็นห่วงลูกชายมากจึงไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

ส่วนประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการฆาตกรรมเพื่อล้างหนี้หรือไม่ นายเสรฎฐวัฒิ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนมาหยิบยืมเงินพี่สาวของตนจริง แต่เป็นจำนวนแค่หลักพันไม่ได้มากมาย และบางส่วนก็เป็นเพียงแค่การเซ็นของในร้านชำ อีกทั้งที่ผ่านมา พี่สาวก็ไม่ได้มีอริหรือมีปัญหาใดๆ กับใคร โดยหลังจากนี้จะนำศพพี่สาว ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ส่วนความคืบหน้าคดี ตำรวจ สอบปากคำพยานแล้วนับสิบปาก รวมถึงกลุ่มเพื่อนสามีที่เป็นทหาร ที่ร่วมวงดื่มเหล้าในคืนวันเกิดเหตุด้วย ขณะนี้ยังสรุปสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้ว่ามาจากปัญหาใด ส่วนประเด็นที่ญาติผู้ตายให้ข้อมูลไว้ว่า เจ้าตัวป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ระยะที่ 3 นั้น ยังไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ