เมื่อ 23 ธ.ค. 2566 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย ฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-25 ธ.ค. 2566 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง
โดยภาคเหนือ จะมีอุณหภูมิลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยของภาคเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง ส่วนยอดภูของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-13 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับในช่วงวันที่ 23–25 ธ.ค. 66 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซียมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซียลงสู่ทะเลอันดามันตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้
- วันที่ 23 ธ.ค. 2566 จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- วันที่ 24 ธ.ค. 2566 จังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล
- วันที่ 25 ธ.ค. 2566 จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ทั้งนี้ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
ขณะเดียวกันคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยง การเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 23-32 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศหนาว กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 23-27 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ภาคกลาง
อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
อากาศเย็น กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ตอนบนของภาค : อากาศเย็น กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 17-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
ตอนล่างของภาค : มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศเย็น กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
เคลียร์ดราม่าเติมน้ำมันไม่เต็มลิตร ส่งดำเนินคดีเติมเกิน-เติมขาด
เจ้ากรมการข่าวทหาร หมดสติในรถกลางถนนวิภา จนท.ทุบกระจกช่วยชีวิต
บุกช่วยเสือ 15 ตัว จากสวนสัตว์เอกชนปิดตัวหลังโควิด ปล่อยเสือป่วย-ผอมโซ