เหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด วันที่ 17 ม.ค 67 เวลาประมาณ 15:30 น. พื้นที่บ้านข่อยงามหมู่ 3 ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และพบผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 20 ราย ถือเป็นโศกนาฏกรรมโรงงาน-โกดังเก็บพลุระเบิด ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
หากเปิดสถิติย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2551 จะพบว่า เกิดอุบัติเหตุโรงงาน-โกดังเก็บพลุระเบิดมาแล้วมากกว่า 20 ครั้ง และในแต่ละครั้งได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในปี 2566 ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้งด้วยกัน
โรงงานพลุระเบิด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
24 ก.ค. 2566 เมื่อเวลาประมาณ 12.10 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งจากอำเภอดอยสะเก็ด ว่าเกิดเหตุโรงงานผลิตพลุ ดอกไม้เพลิง ในพื้นที่บ้านสันต้นผึ้งใหม่ หมู่ 14 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เกิดระเบิด
หลังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ชาวบ้านรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากนั้นเกิดกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล
โดยเจ้าหน้าที่ปกครอง อำเภอดอยสะเก็ด เทศบาลตำบลสันปูเลย และหน่วยกู้ภัยได้เข้าสกัดเพลิงในอาคารดังกล่าว เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย สาหัส 1 ราย บาดเจ็บ 10 ราย
โกดังพลุระเบิด อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
5 วันต่อมา วันที่ 29 ก.ค. 2566 เวลาประมาณ 15.00 น. เกิดเหตุพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ระเบิดภายในโรงงาน บริเวณบ้านมูโนะ หมู่ที่ 1 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 บาดเจ็บ 130 ราย บ้านพัง 329 หลัง และรถยนต์เสียหาย 8 คัน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,367 ราย
พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส แถลงว่า การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุมีการตรวจเก็บหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว และมีการสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้น 30 กว่าปาก นอกจากนั้นได้ตรวจยึดประทัดและดอกไม้ไฟที่เหลือและนำไปเก็บรักษาไว้ชั่วคราว
นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นใน จ.นราธิวาส ถูกมองว่าเป็นความหละหลวมของหน่วยที่เกี่ยวข้อง ที่ไม่มีการบูรณาการความร่วมมือดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากจะป้องกันเหตุซ้ำรอยควรเร่งสำรวจและจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด รวมถึงให้พิจารณาเพิ่มโทษกับผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมาย
สำหรับการตั้งโรงงานหรือโกดังที่ได้รับมาตรฐานจะต้องมี “บับเบิ้ลโซน” คือ มีรั้วห่างจากอาคารอย่างน้อย 20 เมตร และต้องเตรียมพื้นที่ไว้เผื่อกรณีที่ชุมชนขยายตัวเข้ามาใกล้โรงงานห้ามเข้าใกล้ในรัศมี 100-500 เมตร ขึ้นอยู่กับปริมาณดอกไม้ไฟหรือพลุในโกดัง
ตัวอาคารต้องเป็นเอกเทศ 1 ชั้น ไม่มีชั้นลอย ไม่มีชั้นใต้ดิน ก่อสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ มีสายล่อฟ้า หลังคารองรับแรงอัดระเบิด และต้องมีการระบายความร้อนควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียล และต้องมีเครื่องดับเพลิงเคมี 2 เครื่องต่อ 100 ตร.ม.
นายสนธิเสริมว่า ร้านค้าปลีกจะสามารถนำพลุ ดอกไม้ไฟมาขายได้เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ต้องขออนุญาตขายเป็นรายครั้ง มีการจำกัดจำนวน สต๊อกสินค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่จัดเก็บเพื่อความปลอดภัย
เปิดสถิติหวยออกงวดวันที่ 17 มกราคม หวยวันครู ย้อนหลัง 15 ปี
วันหยุดกุมภาพันธ์ 2567 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ ตรงกับวันไหนบ้าง
ประกาศฉบับสุดท้าย เตือนภาคเหนือ 4 จังหวัด รับมือพายุฝนฟ้าคะนอง