“ชาวเยเมน” ประกาศพร้อมเผชิญหน้า สหรัฐฯ-ชาติพันธมิตร!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ความขัดแย้งในทะเลแดงระอุ! หลังสหรัฐฯ-ชาติพันธมิตร ประจัญหน้าต่อสู้กับกลุ่มกบฏฮูตี แต่ชาวเยเมนกลับออกมาส่งสัญญาณว่าพร้อมเผชิญหน้ากับชาติพันธมิตร

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลแดง หลังสหรัฐฯ ร่วมมือกับชาติพันธมิตร ประจัญหน้าต่อสู้กับกลุ่มกบฏฮูตีในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่ส่อเค้ารุนแรงขึ้น หลังชาวเยเมนออกมาส่งสัญญาณว่าพร้อมเผชิญหน้ากับชาติพันธมิตร

เมื่อวานนี้ ชาวเยเมนได้ออกมารวมตัวและโชว์อาวุธในกรุงซานา เมืองหลวง เพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในฉนวนกาซา รวมถึงกลุ่มฮูตี หลังจากถูกสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ใช้เครื่องบินรบถล่มเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

สถานการณ์กาซาวิกฤต ขณะศาลฯเริ่มไต่สวนคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธ 3 ลูกโจมตีเรือสินค้าสหรัฐฯ 2 ลำ

สหรัฐฯ-อังกฤษเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนเป็นครั้งที่ 8

ชาวเยเมน รายการรอบโลก DAILY
ชาวเยเมนประกาศพร้อมเผชิญหน้าชาติพันธมิตร

ชาวเยเมนที่ออกมาสนับสุนกลุ่มกบฏฮูตีในรอบนี้ คือ ชนเผ่าบานี อัล-ฮาริธ หนึ่งในชนเผ่าอาหรับที่โดดเด่นชนเผ่าหนึ่งในเยเมน รองจากชนเผ่าฮูตี เป็นกลุ่มที่นับถือศาสนายูดาห์ ปัจจุบันมีถิ่นฐานอยู่ทางตอนใต้ของกรุงซานาและเมืองเอเดน หนึ่งในสมาชิกชนเผ่าบานี อัล-ฮาริธระบุว่า สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะไม่มีทางได้ครอบครองเยเมน หรือ ปาเลสไตน์ และชาวเยเมนพร้อมเผชิญหน้ากับทั้งสองชาติ

ชณะเดียวกัน อับเดล-มาลิค อัล-ฮูตี ผู้นำของกลุ่มกบฏฮูตีก็ได้ปรากฏตัวผ่านคลิปวิดีโอ พร้อมกับระบุว่า กลุ่มฮูตีจะเดินหน้าทำปฏิบัติการต่างๆ ในทะเลแดงต่อไป จนกว่าเวชภัณฑ์และอาหารจะเข้าถึงพื้นที่ฉนวนกาซาอย่างเพียงพอ และจนกว่าอิสราเอลจะหยุดรุกรานฉนวนกาซา

นอกจากนี้ ผู้นำของกลุ่มกบฏฮูตี ยังได้พูดเรื่องการเดินเรือในทะเลแดงโดยระบุว่า การทำปฏิบัติการของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง ไม่ได้คุกคามการเดินเรือระหว่างประเทศ และมีเรือสินค้ามากกว่า 4,874 ลำสามารถสัญจรผ่านทะเลแดงไปได้ ก่อนที่ผู้นำกลุ่มกบฏฮูตีจะย้ำว่า ไม่ว่าสหรัฐฯ หรือ สหราชอาณาจักรจะยกระดับการโจมตีมากเท่าใด เป้าหมายและจุดยืนของกลุ่มกบฏฮูตีจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แม้ผู้นำของกลุ่มกบฏฮูตีจะออกมายืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีของกลุ่มไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในทะเลแดง แต่ล่าสุด แจน ฮอฟแมน หัวหน้าส่วนการอำนวยความสะดวกทางการค้าขององค์การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด ได้ออกมาระบุว่าวิกฤตในทะเลแดงทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกมีปัญหาและต้นทุนค่าขนส่งทางทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าถูกส่งมอบไปยังประเทศปลายทางล่าช้า และอัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงขึ้น

ฉนวนกาซาวิกฤตหนัก ปชช.ขาดอาหาร

ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า สถานการณ์ในทะเลแดงมีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ที่การสู้รบยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด จนตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่เลวร้ายจนเข้าสู่ระดับหายนะ

หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของอิสราเอลคือ ความอดอยาก ล่าสุด องค์การสหประชาชาติได้ออกมาเตือนว่า ประชาชนในฉนวนกาซาจำนวนมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือ กำลังเผชิญความเสี่ยงกับการขาดอาหารอย่างรุนแรง

ฌอน เคซีย์ ผู้ประสานงานทีมแพทย์ขององค์การอนามัยโลกประจำฉนวนกาซาระบุว่า สถานการณ์ด้านอาหารในภาคเหนือน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้แทบจะไม่มีอาหารเหลือในพื้นที่แล้ว

ขณะเดียวกัน ทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ได้ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซาเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาเลวร้ายลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถหาคำพูดใดมาบรรยายได้ และแม้ว่า WHO จะพยายามจัดการกับวิกฤติร้ายแรงบางอย่างไปแล้ว แต่ยังมีวิกฤตอื่นๆ รออยู่อีกเป็นจำนวนมาก เช่น โรคระบาด การขาดแคลนอาหาร

ด้านเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระหว่างการหารือร่วมกับผู้นำกาตาร์ในกรุงโดฮา ได้เรียกร้องให้อิสราเอลอนุญาตให้ขบวนรถบรรทุก ขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซาได้มากขึ้น เพื่อบรรเทาความช่วยเหลือแก่ประชาชนกาซาหลายแสนชีวิต

นอกจากประชาชนในกาซาแล้ว ตอนนี้หลายฝ่ายกำลังกังวลเรื่องความปลอดภัยของชีวิตตัวประกันอีกกว่า 130 ชีวิตที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซามาเป็นเวลาเกือบ 4 เดือน ตอนนี้ ญาติของตัวประกันเริ่มออกมากดดันรัฐบาลอิสราเอลทุกวิถีทาง เช่น การรวมตัวประท้วงและการบุกสภา เพื่อให้พาตัวประกันกลับมาได้อย่างปลอดภัย ล่าสุด ญาติตัวประกันได้ยกระดับการประท้วงไปอีกขั้น

ญาติตัวประกันประท้วงบริเวณจุดผ่านแดนกาซา

เมื่อวานนี้ บรรดาญาติของตัวประกันได้ไปรวมตัวกันบริเวณเคเรม ชารอม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนอีกแห่งเพื่อเข้าไปในฉนวนกาซา ญาติของตัวประกันระบุว่า อิสราเอลต้องหยุดให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ฉนวนกาซาเพียงฝ่ายเดียว เพราะกลุ่มฮามาสไม่เคยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับตัวประกันเลย

ตอนนี้ การช่วยตัวประกันอีกกว่า 130 ชีวิตกลายเป็นโจทย์สำคัญของอิสราเอล หลายฝ่าย ทั้งสหรัฐฯ และสมาชิกบางส่วนของคณะรัฐมนตรีด้านการสงคราม ให้ความเห็นว่า วิธีการเดียวที่จะพาตัวประกันกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย คือ การทำข้อตกลงเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกัน

อย่างไรก็ดี การทำข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมาแถลงข่าวระบุว่า อิสราเอลจะไม่เจรจาเพื่อหยุดโจมตีและจะไม่มีการทำข้อตกลงเพื่อปล่อยกลุ่มฮามาสตามที่สำนักข่าวชาติตะวันตกหลายสำนักได้รายงานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ท่าทีดังกล่าวของนายกฯ อิสราเอล ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำหลักเจรจาทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกัน ออกมาแสดงความไม่พอใจและตำหนิว่า อิสราเอลคือผู้ที่ขัดขวางกระบวนการเจรจา

การออกมาพูดเช่นนี้ของทางกาตาร์ มีขึ้นหลังมีผู้ปล่อยบันทึกเสียงของนายกฯ อิสราเอลขณะที่ไปพบปะกับครอบครัวตัวประกันที่โทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คลิปวิดีโอดังกล่าว มีเสียงชายคนหนึ่งที่ถูกระบุว่าเป็นนายกฯ เนทันยาฮู ระบุว่า กาตาร์คือตัวปัญหาในการเจรจาครั้งนี้ กาตาร์คือผู้ที่สนับสนุนกลุ่มฮามาส หากโลกต้องการกดดันใครสักคน กาตาร์คือเป้าหมายแรก

นอกจากการสู้รบทั้งในทะเลแดงและฉนวนกาซา อีกประเด็นหนึ่งที่หลายฝ่ายติดตามอย่างใกล้ชิดในวันนี้ คือ การอ่านคำตัดสินชั่วคราวเกี่ยวกับคดีฆ่าล้างเผ่านพันธุ์ของอิสราเอล

ICJ ไม่ยกฟ้องคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา

ล่าสุดผลการพิจารณาเบื้องต้นเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้อ่านคำพิพากษา ระบุว่า ศาลจะไม่ยกฟ้องคำร้องของแอฟริกาใต้ตามที่อิสราเอลร้องขอ ก่อนที่จะย้ำว่าศาลมีอำนาจเบื้องต้น ในการพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ หรือหมายความว่าคดีนี้จะถูกพิจารณาต่อไป  นอกจากนี้ ศาล ICJ ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า ศาลสามารถออกมาตรการชั่วคราวเพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้เลยในวันนี้ โดยที่แอฟริกาใต้ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่

สำหรับคำสั่งบังคับ คณะตุลาการศาล ICJ ได้มีคำสั่งเบื้องต้นให้ อิสราเอล “ใช้มาตรการทั้งหมดตามอำนาจของตน” เพื่อป้องกันการกระทำทั้งหมดที่อยู่ในขอบเขตของอนุสัญญาการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยคำสั่งศาลมีผลบังคับทันทีตลอดจนอิสราเอลต้องใช้มาตรการเพื่อปรับปรุงสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาทันที

พร้อมกับต้องรักษาหลักฐานเกี่ยวกับคดีนี้ และส่งรายงานต่อศาลภายใน 1 เดือน รวมถึงต้องป้องกันการยุยงปลุกปั่นไม่ให้เกิดการกระทำอันเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  ขณะเดียวกัน ICJ ได้มีคำสั่งให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่มีเงื่อนไขเช่นกัน

สำหรับคำพิพากษาเบื้องต้นของศาลในวันนี้ มีผลผูกพันทางกฎหมาย หรือ legally binding แม้ว่าศาลจะไม่มีอำนาจในการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว ตลอดจนคำสั่งนี้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ นักวิเคราะห์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศมองว่า แม้คำสั่งศาล ICJ จะไม่มีอำนาจบังคับใช้ แต่ก็สามารถเป็นเหตุผลในการออกมาตรการคว่ำบาตรของบางประเทศได้

คำพิพากษาชั่วคราวในวันนี้ มีขึ้นหลังจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้รับคำฟ้องของแอฟริกาใต้ และเปิดการไต่สวนเมื่อวันที่ 11-12 มกราคมที่ผ่านมา บรรยากาศการไต่สวนในวันนั้นเป็นไปอย่างตึงเครียด ในวันที่ 11 มกราคม ผู้แทนแอฟริกาใต้ ได้กล่าวหาอิสราเอลว่า อิสราเอลมีรูปแบบพฤติกรรมที่คำนวณแล้วบ่งชี้ถึงเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งการบังคับให้ชาวกาซาพลัดถิ่น ทำให้เกิดความอดอยาก

จากนั้นในวันต่อมา แทล เบ็คเกอร์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล ก็ได้ขึ้นให้การต่อหน้าตุลาการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ผู้แทนของอิสราเอลได้ระบุว่า ข้อกล่าวหาของแอฟริกาเป็นการบิดเบือนต่อศาลพยายามขัดขวางการใช้สิทธิการป้องกันตนเองของอิสราเอล

ก่อนที่ศาล ICJ จะมีคำพิพากษาในวันนี้ โอซามา ฮามดาน เจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาสประจำเลบานอน ได้ออกมาแถลงข่าวระบุว่า กลุ่มฮามาสยินดีที่จะยุติการโจมตีตามพันธะกรณีที่มีต่อ ICJ แต่สิ่งนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า อิสราเอลก็ต้องหยุดโจมตีด้วยเช่นกัน

เปิดคะแนนฟีฟ่า ทีมชาติไทย หลังเสมอ ซาอุดีอาระเบีย ศึกเอเชียน คัพ

เปิดโปรแกรมรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023

"ตรุษจีน 2567" เปิด 10 แซ่จีน ที่มีคนไทยเชื้อสายจีนใช้มากที่สุด

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ