จากกรณี พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ กัญจน์ชัยกิจ รองผู้บังคับการกองร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ แจ้งความเอาผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และลูกน้อง ฐานปลอมลายเซ็นเข้าซ้อมย่อยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและเข็มพระราชทาน วปอ.
เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกา แต่กลับมีลายเซ็นแอบอ้างเป็นของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปรากฏอยู่ในเอกสารลงทะเบียน เพื่อให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีสิทธิเข้าร่วมพิธีจริงในวันที่ 10 มี.ค. 2567
ทั้งนี้เมื่อนำลายเซ็นในเอกสารลงทะเบียนมาเปรียบเทียบกับ เอกสารราชการที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เคยเซ็นไว้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทน ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าลายเซ็นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตามล่าสุดแหล่งข่าวจากต้นสังกัดวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ชี้แจงว่าการซ้อมย่อยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและเข็มพระราชทาน วปอ. รุ่นที่ 65 นักศึกษา จะทราบขั้นตอนกันดี ใครมีเวลา หรือไม่มีเวลามาซ้อม ซึ่งจะมีการกำหนดตารางการซ้อมไว้คร่าวๆว่าจะดำเนินการกี่วัน ซึ่งประกอบด้วยการซ้อมย่อย การซ้อมใหญ่ โดยนักศึกษาบางคน ไม่ว่างติดภารกิจก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ให้มอบหมายให้ตัวแทน มาดำเนินการแทนได้
ส่วนการลงนามแทนนั้น เปรียบเสมือน ลงนามเพื่อแสดงให้เห็นว่ามาเป็นตัวแทน ของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาฝึกซ้อม มาถ่ายรูปแทน นักศึกษาบางคนไม่มีเวลามาก็แจ้งให้ตัวแทนมาแทน ซึ่งก็มีอยู่หลายคนไม่ใช่เฉพาะพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เท่านั้นที่ส่งผู้แทนมา
ซึ่งมองว่าไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระอะไร เขามาซ้อม แต่ไม่ได้มาซ้อมในวันดังกล่าว ติดงาน ไม่ว่างก็ส่งคนมา แต่คนที่ไปเซ็นแทนอาจจะพลาด ตรงที่ตอนเซ็น ควรจะวงเล็บว่าเป็นผู้แทน จึงดูไม่เหมาะสม แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีผลอะไร เพราะเป็นการแจ้งกันเองภายในและเป็นข้อกำหนดภายใน วปอ.
"เศรษฐา" ควันออกหู สื่อจี้ ที่มาเงินดิจิทัล ไล่ไปฟังแถลงรายละเอียด