เกิดเหตุการณ์หญิงคนร้าย 2 คน ขับรถผ่านมาเจอคุณยายกำลังรอรถโดยสาร เลยเปิดกระจกทำทีถามเส้นทาง ก่อนจะออกอุบายชวนยายขึ้นรถอาสาจะพาไปส่ง แต่กลับพาไปที่เปลี่ยว แล้วก่อเหตุชิงทรัพย์ ได้ทองคำน้ำหนักรวม 6 บาท และเงินสดอีกเป็นหมื่น ก่อนจะหลบหนีไป ปล่อยยายทิ้งไว้กลางป่า
โดยนางเกียรติ สวัสดี อายุ 72 ปี อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายจี้ชิงทองคำไปน้ำหนักรวมกว่า 6 บาท ได้เล่าเหตุการณ์ช่วงที่ถูกคนร้ายจี้ชิงทอง
โดยบอกว่าคนร้ายเป็นหญิงสาว 2 คน คนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี อีกคนอายุประมาณ 40 ปี ร่วมกันทำร้าย โดยจับแขนยายไขว้หลัง และพยายามปลดสร้อยคอทองคำ และแหวนทองคำ ที่ยายใส่อยู่ รวมถึงเงินสดจำนวน 14,100 บาท ที่ยายเพิ่งได้จากการเอาทองคำไปขาย แม้ยายจะขัดขืนและพยายามต่อสู้แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงหญิงสาวทั้ง 2 คน ได้ จากนั้นคนร้ายได้ทิ้งยายไว้ในป่า และหลบหนีไป
กระทั่งมีชาวบ้านมาพบ ยายถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ข้างสระน้ำสาธารณะ ในพื้นที่บ้านหนองเสม็ด หมู่ 4 ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.นางรอง พร้อมด้วยสายตรวจตำบลบ้านสิงห์ เข้าตรวจสอบ พบว่ายายยังอยู่ในอาการตกใจ จึงได้พาไปแจ้งความ ร้องทุกข์ที่ สภ.เมือง บุรีรัมย์
โดยยายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์หลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ว่า ไม่มีเงินกินข้าว สงสารหลานจึงตั้งใจจะนำแหวนทอง หนัก 50 สตางค์ไปขายในตัวเมือง จึงออกไปนั่งรอรถโดยสารที่ศาลาข้างทาง ริมถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง โดยสวมใส่เครื่องประดับไว้อย่างมิดชิด
จากนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี อีกคนอายุประมาณ 40 ปี ขับรถเก๋ง ฮอนด้า สีบรอนซ์เทา แบบท้ายตัด(5 ประตู) หมายเลขทะเบียน 5 กก-7234 กทม. มาจอดรถถามทาง เมื่อยายบอกทางเสร็จ คนขับก็อาสาพายายไปส่งที่หมายในตัวเมือง ซึ่งระหว่างขึ้นรถมาด้วย ยายไม่ได้บอกรายละเอียดว่าจะไปทำธุระอะไรที่ไหน เพราะไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า หญิงสาวได้สอบถามว่ายายจะไปซื้ออะไรยายก็ตอบไปเพียงว่าจะไปซื้อผ้าไหมมาทอ หญิงสาวยังทำทีจะขอซื้อด้วย 10 ผืน คิดเป็นเงิน 3,000 บาท และจะขอจ่ายเงินเอาไว้เลย แต่ยายปฏิเสธไป เพราะยังไม่ได้ทอผ้า หลังจากจอดรถให้ยายลงไปทำธุระแล้ว หญิงสาวทั้งคู่ก็ขับรถออกไป
ยายก็เดินไปยังร้านทอง ขายแหวนทองได้เงินมา 14,100 บาท เก็บใส่กระเป๋า ทันใดนั้น หญิงสาวทั้งคู่ วนรถกลับมาหายาย บอกจะขอพายายไปส่งที่บ้าน เพราะจะไปแวะดูที่ดินแถวบ้านยายพอดี ยายจึงยอมขึ้นรถมาด้วย
ระหว่างทาง ยายก็บอกว่ายายมีที่ดินจะขายเหมือนกัน อยู่ติดกับที่ดินที่จะไปดูพอดีเลย ยายจะขาย 2 ล้านบาท ทำให้หญิงสาวทั้งสอง ตัดสินใจไปที่ดินของยายก่อน แต่เส้นทางที่ขับไปกลับออกนอกเส้นทางมากขึ้นเรื่อยๆ ไกลออกจากทางกลับบ้านยาย
ต่อมา ทั้งคู่จอดรถและเข้ามานั่งประกบข้างยาย ลงมือก่อเหตุล็อคแขน บังคับเอาทรัพย์สิน ยายพยายามจะสู้แต่เห็นปืนของคนร้าย ซ้ำคนร้ายยังขู่จะยิงทิ้ง ยายได้ยกมือไหว้ร้องขอชีวิต คนร้ายจึงปลดเอาสร้อยคอทองคำ หนัก 5 บาท ไป 1 เส้น แหวนทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง 1 วง และเงินสดที่เพิ่งขายแหวนทองมาได้อีก 14,100 บาท และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง รวมมูลค่าที่สูญไปกว่า 200,000 บาท
คนร้ายพยายามจะปลดทรัพย์สินมีค่าในตัวทุกชิ้นไป แต่ยายก็ขอแหวนทองไว้วงหนึ่ง ซึ่งเป็นของขวัญที่ลูกซื้อให้ หลังจากรอดมาได้ ยายเดือดร้อนมาก ที่สำคัญ สงสารหลานที่โทรมาบอกไม่มีเงินกินข้าว จึงอยากจะให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและเอาทรัพย์สินของตนกลับคืนมา เพราะตอนนี้ยายพูดเลยว่า "ยายหมดตัวแล้ว"
"เศรษฐา" ควันออกหู สื่อจี้ ที่มาเงินดิจิทัล ไล่ไปฟังแถลงรายละเอียด