จากกรณีหนุ่มวัย 24 ปี ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์ด้วยเหตุผลบางประการ ก่อนจะกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงจบชีวิต พร้อมทิ้งโน้ตข้อความเอาไว้
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้า วันที่ 13 เม.ย. 2567 ร.ต.ท.สุปัญญา เพชรทองเกลี้ยง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำ ภายในแม่น้ำบางปะกง ติดกับตึกร้าง ในพื้นที่หมู่ 13 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จึงประสานหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยเทศบาลตำบลท่าข้าม นำเรือออกไปนำศพเข้าฝั่งที่ตลาดลาว
โดยพบว่าเป็น น้องมอส หรือ นายสุดชานนท์ นามแก้ว อายุ 24 ปี ที่หายไปตัวเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมาโดยทางสภ.บางปะกง ได้รับแจ้งเหตุคนกระโดดลงไปในแม่น้ำบางปะกง บนสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) กม.50 ช่องคู่ขนาน ขาเข้าชลบุรี หมู่ 4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและสายตรวจรถยนต์ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระเป๋าเป้สีดำ มือถือ รองเท้าแตะ สมุดโน้ตข้อความ ที่ขอให้ฝากจดหมายนี้ให้ไปถึงคนที่บ้านในจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยข้อความบรรยายอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โรคแพนิค ซึ่งพยายามรักษาก็ไม่ดีขึ้น ส่วนปีนี้ไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์เพราะคุณยายที่เป็นที่พึ่งทางใจนั้นไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ทำให้ชีวิตถึงทางตัน ไม่มีคนให้คนปรึกษา พร้อมบอกว่าตอนนี้ไม่มีงานทำ เพราะเพิ่งจะทำงานที่โรงงานใหม่ได้เพียง 10 วัน ก็ลาออก จนทำให้คิดมาก่อนตัดสินใจจบชีวิต
ทั้งนี้จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของทางเทศบาลตำบลท่าข้าม ก็จับภาพน้องมอสเดินออกเท้าออกมาช่วง 03.00 น. จากห้องพักที่วงเวียนโลมา พื้นที่หมู่ 3 ต.ท่าข้าม จากนั้นก็เดินขึ้นสะพานลอย กม.50 ก่อนจะมายืนสูบบุหรี่ที่ศาลาพักผู้โดยสารก่อนจะเดินขึ้นไปบนสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงก่อนจะหายตัวไป
ซึ่งช่วงเช้าทางทางนางเพ็ญจันทร์ นามแก้ว อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายสุดชานนท์ หรือน้องมอส ได้เดินทางมาที่ท่าเทียบเรือตลาดลาว เพื่อรอให้กู้ภัยฉะเชิงเทรทนำเรือลงค้นหาร่างน้องมอส แต่ระหว่างนั้นก็ทราบข่าวว่าพบร่างน้องมอสแล้วทำให้ยืนร้องไห้อย่างหนัก และพอนำร่างน้องมอสเข้ามาที่ฝั่งเพื่อชันสูตรเบื้องต้น ทางญาติก็แทบทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะทุกคนคิดว่าสงกรานต์ปีนี้ญาติพี่น้องทุกคนจะได้กลับบ้านมีเจอหน้ากัน แต่ไม่คิดว่าต้องมารับศพน้องกลับบ้านที่อุดรธานีแบบนี้ โดยทางตำรวจจะส่งศพไปชันสูตรที่นิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป