เสี่ยแป้ง นาโหนด" ถือเป็นผู้มีอิทธิพลและกว้างขวางในพื้นที่ มีประวัติพัวพันคดีร้ายแรง ทั้งคดีบงการ และคดีฆ่า หากไล่ตามไทม์ไลน์ก่อนหลบหนี ตามข้อมูลจากราชทัณฑ์ ระบุว่า วันที่ 19 ต.ค.66 มีอดีตนักการเมืองจากพัทลุง และตำรวจ เดินทางไปเยี่ยม "เสี่ยแป้ง" ที่เรือนจำ
วันที่ 20 ต.ค.66 "เสี่ยแป้ง" เข้ารักษาด้านทันตกรรมตามแพทย์นัด แต่เมื่อไปถึงแพทย์แจ้งเลื่อนนัด"เสี่ยแป้ง" ได้ถูกส่งออกไปรักษาทางทันตกรรม ณ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
แต่กลับมีอาการวูบหมดสติและขาอ่อนแรง แพทย์จึงอนุญาตให้แอดมิทที่โรงพยาบาล
วันที่ 21 ต.ค.66 "เสี่ยแป้ง" นอนรักษาตัวที่ตึกอายุรกรรมชั้น 6 รพ.มหาราช โดยมีกำหนดการเตรียมส่งตัวกลับเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชในช่วงเช้า 22 ต.ค.
วันที่ 22 ต.ค.66 ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน "เสี่ยแป้ง" ก่อเหตุใช้กุญแจสะเดาะตรวน และได้ลงลิฟท์จากชั้น 6 โดยมี "บอย" ลูกน้องรอรับ โดย "เสี่ยแป้ง" ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงรัดรูป ไม่มีเครื่องพันธนาการ และไม่ปกปิดใบหน้า
วันเดียวกัน 22 ต.ค. ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง กว่าผู้คุมจะแจ้งตำรวจว่ามีผู้ต้องขังหลบหนี หลังจากผู้คุมแจ้งตำรวจปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้งก็เริ่มขึ้น
วันที่ 23 ต.ค.66 ตำรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเสี่ยแป้ง ใกล้ท่าเรือแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.สตูล ก่อนจะพบรถยนต์ของเสี่ยแป้งจอดอยู่บริเวณดังกล่าว
หลังจากนั้นกว่า 1 สัปดาห์ วันที่ 8 พ.ย.66 ตำรวจได้เบาะแสเสี่ยแป้งว่าหลบหนีอยู่บนเทือกเขาบรรทัด จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมก่อนปะทะกับเสี่ยแป้งบนเทือกเขาบรรทัด พื้นที่ บ.ตระ อ.ปะเหลียน จ.พัทลุง แต่เสี่ยแป้งหนีไปได้ โดยเดินเท้าข้ามเขามาทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำรวจระดมกำลังกันหลายร้อยนายปิดล้อมเทือกเขาบรรทัดนาน 17 วัน ท่ามกลางสภาพอากาศและป่าเขาที่เลวร้าย รวมถึงคุมตัวบุคคลใกล้ชิดเสี่ยแป้งสอบปากคำต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบตัวเสี่ยแป้ง ตำรวจเริ่มถอนกำลัง
กระทั่งวันที่ 24 พ.ย.66 เสี่ยแป้ง ปล่อยคลิป2 คลิป แจงเหตุแหกคุก “ไม่ได้รับความเป็นธรรม” ในคดีชิงตัวผู้ต้องหาและพยายามฆ่าตำรวจ โดยพาดพิงถึงคนที่ชื่ออัยการบอย ว่าเป็นคนบงการให้เสี่ยแป้งไปชิงตัวประกันคดียา แถมได้จ่ายเงินวิ่งคดีให้อัยการบอย แต่กลับถูกแจ้งข้อหาคนเดียว
วันที่ 30 พ.ย.66 เสี่ยแป้ง ปล่อยคลิปที่ 3 ยื่นเงื่อนไขมอบตัว ก่อนจะเงียบหายไป
วันที่ 22 ธ.ค.66 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. แถลงข่าว ยืนยัน เสี่ยแป้ง หนีไปมาเลเซีย
วันที่ 30 พ.ค.67 จับ “เสี่ยแป้ง” ได้ที่อินโดนีเซีย
รวมทั้งสิ้น 222 วัน
และหากจำกันได้ มีความน่าสนใจว่า ก่อนหน้านี้มีคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวอินโดนีเซีย 3 คน จนกระทั่งตำรวจตามจับผู้ต้องหาได้ทั้งหมดเมื่อกลางเดือน พ.ค. โดยคดีนั้นมีผู้ต้องหาอย่างน้อย 2 คน เกี่ยวข้องกับ "เสี่ยแป้ง" ทั้งเป็นลูกน้องคนสนิทและอีกคนเป็นญาติ
หนึ่งในนั้นคือ ด.ต.หญิงเพลินพิศ (สงวนนามสกุล) สังกัดตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นญาติคนสนิทของ เสี่ยแป้ง
จากนั้นก็ไปขยายผลต่อเพื่อหาว่า เสี่ยแป้งหลบอยู่ที่ไหนของอินโดฯ โดยทาง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ส่งคนไปสอบปากคำ ด.ต.หญิงเพลินพิศ ในเรือนจำ จน ด.ต.หญิง เพลินพิศ บอกที่หลบซ่อน ทำให้ตำรวจไทยประสานตำรวจอินโดฯ และเข้าจับกุม เสี่ยแป้ง ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทางการไทย มีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานกงสุล เพื่อทำการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
สำหรับด.ต.หญิงเพลินพิศ ถือเป็นตัวละครสำคัญและพยานปากเอกถึงกระบวนการช่วย เสี่ยแป้ง หลบหนีตั้งแต่ครั้งแรก โดย ด.ต.หญิงรายนี้ยังเป็นหน้าห้องของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของตำรวจภูธรภาค 9 ค่อยส่งสัญญาณและแจ้งความเคลื่อนไหวของตำรวจในการไล่ล่าติดตามตัวเสี่ยแป้ง
ชวนสร้างมีม "ป้ายกรุงเทพ" จากเว็บ "BKK Sticker" ออกแบบได้ด้วยตัวเอง!