เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2567 ขณะที่ ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สิน รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ รับแจ้งเหตุพระภิกษุมีอาการเมา ประพฤติตนวุ่นวายอยู่ที่แผงแม่ค้าขายกับข้าวถุง และไข่ตัวนึ่ง ริมถนนระหว่างบ้านจำปา-อ.ประจักษ์ศิลปาคม ม.7 บ.จำปา ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงนำกำลังรุดออกไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบพระภิกษุสะพายย่าม พร้อมบาตร นั่งอยู่บนม้าหินอ่อน ทราบชื่อภายหลังคือ พระสมพงษ์ กิตตสาโร อายุ 54 ปี
ตรวจค้นในย่ามพบใบสุทธิ เป็นพระสังกัดวัดจุมพร ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม มีอาการเมาพูดจาวกวนไม่ค่อยรู้เรื่อง โดยมีนายสุวิทย์ พงศ์ษา อายุ 60 ปี ผช.ผญบ. ม.7 นำตำรวจเข้าตรวจสอบและสอบถามเรื่องราว และยอมรับว่าดื่มพญานาคไป 2 ขวด เพื่อแก้อาการเมื่อยล้าตามร่างกาย
แต่ดื่มมากไปหน่อยจึงมีอาการคล้ายกับคนเมาเหล้า และไม่ได้ฉันอาหารมาทั้งวัน จึงมาขอไข่ข้าวและไข่ตัวแม่ค้าประทังความหิว ตำรวจจึงควบคุมตัวไปที่วัดมัชฌิมาวาส พระรามหลวง (มหานิกาย) ให้พระครูธีรธรรมภิมนฑ์ ธรรมธีโร ทำการสึกจากความเป็นพระสงฆ์ โดยก่อนนำตัวไปสึกแม่ค้าขายไข่ข้าวและไข่ตัวนึ่ง ได้นำไข่ข้าวและไข่ตัวนึ่งใส่ถุงอย่างละ 1 ไม้ เพื่อให้พระสมพงษ์ฯ ได้กินหลังจากสึกเสร็จแล้ว แต่พระสมพงษ์ฯกลับไม่ยอมรับ และทำท่าทางเหมือนเป็นพระผู้ทรงศีลธรรม เพราะอยู่ต่อหน้าตำรวจและนักข่าว
พระสมพงษ์ กิตตสาโร เล่าด้วยอาการเมาลิ้นพันกันว่า ตนเดินทางมาที่ จ.อุดรธานี ขณะอยู่ที่ บขส.อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ได้ดื่มพญานาคเครื่องดื่มชูกำลังไป 2 ขวด แบบจิบๆมาเรื่อย จนมีอาการมึนเมาอย่างที่เห็น และไม่ได้ฉันอาหารเลย โดยจะกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ที่ ต.อุ่มจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม แต่ตนบวชและสังกัดที่วัดจุมพร ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม และย้ายไปศึกษาต่อที่วัดโพธิ์ทอง ต.หนองโก อ.บรบือ แต่เจ้าอาวาสจับได้ว่า ตนแอบดื่มพญานาคจนเมา จึงให้ตนกลับมาจำพรรษาที่วัดต้นสังกัด
”ตนบวชครั้งที่ 2 มาได้ประมาณ 8 พรรษา หลังจากครั้งแรกบวชที่วัดบ้านเกิดได้ 13 พรรษา รวม 21 พรรษา แต่ต้องสึกออกมาเพื่อไปแต่งเมีย จากเงินที่ตนเก็บสะสมกิจนิมนต์ญาติโยม และเงินฉลองศาลาการเปรียญวัด โดยฝ่ายหญิงเป็นชาว จ.หนองบัวลำภู เรียกสินสอด 70,000 บาท และทองหนัก 3 บาท เมื่อได้เงินทองค่าสินสอดไปแล้ว เขาก็ไม่ยอมแต่งงานด้วย เมื่อคืนฝันเห็นเทวดามาบอกเลขเด็ด 90 , 70 แล้วแต่ใครจะกลับเลขหรือไม่กลับก็ได้ แขอเตือนสติคนชอบเสี่ยงโชคไว้ว่า หากซื้อหวยไม่ยอมกลับ ก็จะตับแตก”
น.ส.นภาพร ทิพวัจนา อายุ 34 ปี แม่ค้าขายไข่ตัวนึ่งและกับข้าวถุง เล่าว่า ขณะตนขายของอยู่ที่แผง มีสารถีสามล้อเครื่องพาพระภิกษุมาส่งลงที่ร้าน และบอกให้พระโบกรถไปที่ ต.อุ่มจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม ต่อเอา เนื่องจากถูกว่าจ้างมาจากในตัวเมืองในราคาเพียง 300 บาท มาถึงตรงนี้ก็ปาเข้าไป 15 กิโลเมตร สามล้อบอกว่าส่งให้ได้แค่นี้ เพราะยังเหลืออีก 27 กิโลเมตร หากไปส่งถึงที่หมายคงขาดทุน แถมพระยังมีอาการเมาด้วย จากนั้นพระรูปดังกล่าวก็เดินลงจากรถสามล้อ เซไปเซมาเหมือนคนเมาเหล้า และบอกให้พ่อค้าแม่ค้าช่วยไปส่งต่อ
พระบอกว่าหิว พร้อมกับเดินมาเปิดฝาหม้อนึ่งขอไข่ตัว และไข่ข้าวกิน โดยบอกว่าไม่ได้ฉันอาหารมา 2 วันแล้ว ตนก็บอกพระว่ามันเลยเวลาฉันอาหารแล้ว แต่พระบอกว่าฉันได้ แล้วก็เดินไปนั่งพูดเพ้อเจ้อเหมือนคนเมาเหล้า จึงแจ้งผู้นำชุมชนโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ”
ส่วนนายสุวิทย์ พงศ์ษา ผช.ผญบ. ม.7 บ.จำปา ต.หนองนาคำ เล่าว่า ได้รับแจ้งจากพ่อค้าแม่ค้าขายกับข้าว และไข่ตัวไข่ร้างรังนึ่ง ริมถนนบ้านจำปา- อ.ประจักษ์ศิลปาคม ว่ามีพระภิกษุมีอาการมึนเมา เดินเซไปเซมา อยู่บริเวณหน้าร้าน ตนได้สอบถามพระเล่าด้วยอาการเมาและวกวน จับใจความได้ว่า เดินทางมาจาก จ.กำแพงเพชร และมาพักอยู่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม แต่ว่าบ้านเกิดอยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และบอกมีอาการเมาเช่นนี้ เพราะดื่มพญานาคแก้เมื่อยล้ามาสองขวด ตนคิดว่าพระมีอาการเมาแบบนี้ผิดจรรยาบรรณและพระวินัยของพระสงฆ์ มาดื่มของมึนเมาแบบนี้ไม่ได้ ตนเลยแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ควบคุมตัวไปสึก