จากกรณีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกประธานมูลนิธิดัง แอบอ้างซื้อขายปริญญาบัตร ของนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต คณะกรรมการมหาวิทยาลัยพิษณุโลกสืบหาข้อเท็จจริง กรณีข่าวแอบอ้างการซื้อขายปริญญาบัตรของนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต นั้น
วันนี้ 4 ก.ค. 2567 มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ได้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน จนพบว่า มีอาจารย์ในมหาวิทยาลัย 1 คนมีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกระบวนการดังกล่าว พิจารณาแล้วมีมูลความจริง
ทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลก จึงได้ดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2566 เป็นความผิดวินัยร้ายแรง ตามข้อ 5.2 (52.1 ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และ ข้อ 54 (54.2) กรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ 52 ให้ลงโทษบอกเลิกสัญญาจ้าง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน ดร.มานพ เกตุเมฆ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ชี้แจงว่า นักศึกษาที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบันนั้น ยังเป็นนักศึกษาปัจจุบันอยู่ เริ่มมาสมัครในระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2566 เพิ่งจะเริ่มเรียน ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์
ส่วนกรณีที่มีข่าวออกไป ขอชี้แจงว่า ถ้านักศึกษาไม่มาเรียน ถึงแม้ว่าจะสมัครแล้วแต่ไม่มาเรียนก็จะหมดสิทธิเป็นนักศึกษา จะต้องคัดชื่ออกตามระเบียบวัดผลประมวลผลของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว กรณีที่บางท่านไปแอบอ้างกับนักศึกษาท่านนี้ ทางมหาวิทยาลัยไม่รับทราบอะไรเลย รู้เพียงอย่างเดียวว่ามีนักศึกษมาสมัครกับทางมหาวิทยาลัย ก็รับเข้าไว้ในระบบทั้งหมด มีการจัดการเรียนการสอนตามปกติ
เมื่อเรียนแล้วถ้าครบหลักสูตรก็จะอนุมัติให้จบตามนั้น ถ้าเรียนไม่ครบหลักสูตร ก็ไม่สามารถออกวุฒิทางการศึกษาให้กับนักศึกษาได้ เพราะการจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไปได้นั้นยังมีอีกหลายขั้นตอน อย่างแรกคือ คณบดีต้องรับทราบ รายชื่อนักศึกษา เข้าคณะกรรมการวิชาการ เข้าคณะกรรมการบริหาร ของทางมหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติจบ ขั้นตอนมีหลายขั้นตอน ถ้ามีคนอื่นไปแอบอ้างว่าสามารถที่จะหาวุฒิมาให้โดยวิธีลัด ทางมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ขอแจ้งว่าไม่เป็นความจริง
ส่วนผลการสอบสวนโดย คณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริง ได้มีการสอบสวนว่ามีอาจารย์ นักศึกษา หรือเจ้าหน้าที่ ท่านใดไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตอนนี้ตรวจสอบออกมาแล้วพบว่า น่าจะมีบุคคลากร 1 ท่าน ที่ไปเกี่ยวข้องตรงนั้น และจากหลักฐานจากคลิปที่มีการปล่อยออกมาตามสื่อโซเชียลต่างๆ ว่าเป็นเสียงของอาจารยฺคนนี้จริง
คณะกรรมตรวจสอบจึงมีมติว่า อาจารย์คนนี้มีความผิดตามข้อบังคับ การบริหารบุคคลของมหาวิทยาลัย จะต้องยกเลิกสัญญาจ้าง เพราะว่ามหาวิทยาลัยพิษณุโลก เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน นอกจากยกเลิกสัญญาแล้ว ยังได้มอบหมายทางด้านกฎหมาย นิติกรของมหาวิทยาลัย ไปดำเนินการทางคดี ไปแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลกต่อไป และนอกจากอาจารย์ท่านนี้แล้ว ใครที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นบุคคลภายนอก ทำให้มหาวิทยาลัยชื่อเสียงเสียหาย หรือทำผิด ทำให้มหาวิทยาลัยเสียหาย ก็จะต้องดำเนินคดีตรงนี้ด้วย
สรุป 8 ทีมสุดท้าย ยูโร 2024 โปรแกรมรอบก่อนรองฯ เวลาแข่งขัน EURO 2024