วันที่ 14 ก.ค. 2567 เจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ขอสงวนชื่อและนามสกุล ได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า ปัจจุบันในอำเภอปาย ได้มีการปล่อยให้มีการเล่นห่วงยางโดยมีการแอบลักลอบนำสุราและเบียร์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาต่าง ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวเหล่านั้นซึ่งเป็นชาวต่างชาติ และได้มีการหลีกเลี่ยงด้วยการจำหน่ายของมึนเมาให้กับนักท่องเที่ยวด้วยการบรรจุเครื่องดื่มของมึนเมาในขวดน้ำดื่มพลาสติก
ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะลงเล่นห่วงยางตั้งแต่เที่ยงวัน จนถึงค่ำประมาณ 19.00 น. ซึ่งจะพบว่าเมื่อเลิกเล่นน้ำแล้ว นักท่องเที่ยวทั้งชายและหญิงจะแต่งกายด้วยชุดว่ายน้ำ ฝ่ายชายจะมีแค่กางเกงในตัวเดียว ส่วนฝ่ายหญิงส่วนใหญ่นุ่งชุดทูพีช และเดินเกร่อในตัวเมืองปาย
กระทั่งล่าสุด เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 ก.ค.2567 ได้มีชาวต่างชาติ เป็นชาย 1 ราย และชาวต่างชาติหญิง 1 รายไม่ทราบชื่อ-สกุล ไม่ทราบสัญชาติ ได้เข้าไปมีเพศสัมพันธ์ในบริเวณด้านในรีสอร์ทของเธอ โดยสามีของเธอ ได้เข้าไปพบเห็น และเชิญให้ออกจากพื้นที่บริเวณรีสอร์ท แต่ปรากฏว่าคู่ชายหญิงชาวต่างชาติดังกล่าว ไม่ยินยอมออกไปจากบริเวณรีสอร์ทแต่โดยดี และได้แย่งโทรศัพท์มือถือของเจ้าของรีสอร์ทและโยนทิ้งพื้น
หลังจากนั้นคู่ชายหญิงชาวต่างชาติดังกล่าว จึงได้เดินออกจากบริเวณรีสอร์ แล้วหนีหายไป เจ้าของรีสอร์ทจึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามสำหรับการเล่นห่วงยางของชาวต่างชาติในเมืองปาย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีการโปรโมทเป็นการท่องเที่ยวของเมืองปายในห้วงฤดูร้อน โดยก่อนหน้านั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด ได้แก่ สำนักงานท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครองอำเภอปาย ตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน และตำรวจภูธร สภ.ปาย ได้มีการประชุมผู้ประกอบการธุรกิจให้เช่าห่วงยาง โดยได้มีการเข้มงวดเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับนักท่องเที่ยว อย่างเด็ดขาด
ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น ผู้ประกอบการทุกรายรับปากเป็นเสียงเดียวกันว่าจะไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเด็ดขาด แต่ข้อเท็จจริงที่ชาวเมืองปายเห็นจนชินตาก็คือ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ปล่อยให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับนักท่องเที่ยว โดยเลี่ยงไปใช้ขวดน้ำดื่มไปใช้บรรจุเครื่องดื่มมึนเมาแทน