จากรายงานการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ ของกรมประมง ปัจจุบันพบการระบาดไปแล้วถึง 25 จังหวัด บริเวณอ่าวไทยตอนบน ไปจนถึง อ่าวไทยตอนล่าง และไล่ไปถึงฝั่งทะเลภาคตะวันออก ที่สำคัญ นอกจากจะพบปลาหมอสีคางดำในทะเลห่างฝั่ง 3 ไมล์ทะเลได้ด้วย
ล่าสุด กรมประมง ได้จัดทำประชาพิจารณ์การรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดชนิดเครื่องมือ รูปแบบของเครื่องมือ ขนาดเรือ วิธีการทำประมง พื้นที่ทำการประมงและเงื่อนไขที่อนุญาตผ่อนผันให้ใช้ทำการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …
โดยมีหลักการและเงื่อนไขอนุญาตผ่อนผันให้ใช้เครื่องมือ “อวนรุน” ประกอบเรือกลทำการประมงพื้นบ้านหรือประมงน้ำจืด เพื่อ “กำจัด” ปลาหมอคางดำในบริเวณพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ตามที่ กรมประมง ประกาศกำหนด โดยรูปแบบของ อวนรุน ที่จะนำมาใช้ในการกำจัดปลาหมอคางคำจะต้อง
1) มีขนาดคันรุนยาวไม่เกิน 16 เมตร
2) ห้ามติดโซ่ แต่ให้มีการถ่วงน้ำหนักด้วยการติดตั้งถ่วงน้ำหนักที่แนบกับเชือกคร่าวล่าง
3) ขนาดของตาอวนตลอดผืนไม่น้อยกว่า 3 ซม.
4) การทำประมงอวนรุนจะต้องอยู่ภายใต้การ “ควบคุมกำกับดูแล” ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด นั้น ๆ มอบหมาย
5) ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด วางแผนการกำกับติดตามและรายงานผลการดำเนินการใช้อวนรุนให้ กรมประมง ทราบภายใน 30 วันหลังสิ้นสุดระยะเวลาที่อนุญาตผ่อนผันให้มีการจับปลาหมอคางดำด้วยวิธีอวนรุน
6) การผ่อนผันให้ใช้อวนรุนนี้ให้บังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือภายในเวลา 5 เดือนนับจากนี้ไป
อวนรุน จัดเป็นเครื่องมือในการทำประมงที่ใช้อวนลักษณะคล้ายถุง โดยปากอวนประกอบกับคันรุนติดตั้งบริเวณหัวเรือ ใช้จับสัตว์น้ำด้วยวิธีผลักด้วยแรงคนหรือเครื่องยนต์ให้เคลื่อนที่ในแนวราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สัตว์น้ำที่อยู่ด้านหน้าของปากอวนเข้ามาติดอยู่ที่ก้นถุงอวน ที่ผ่านมา “อวนรุน” จัดเป็นเครื่องมือการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากการใช้อวนรุนลากจะทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะ ลูกกุ้ง นับเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจากสัตว์น้ำ แต่ที่ผ่านมา กรมประมงได้อนุญาตให้มีการใช้ อวนรุน ทำการประมงภายใต้การควบคุมเป็นบางพื้นที่ได้
และจากจากกรณี วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีตัวแทน 14 เครือข่ายจากจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาปลาหมอคางดำ เดินทางมายื่นหนังสือที่สภาทนายความฯ เพื่อร้องเรียนและยกระดับการแก้ไขผลกระทบจากปลาหมอคางดำระบาดในพื้นที่ โดยเร่งรัดให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและฟ้องเรียกค่าเสียหายกับหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องและบริษัทเอกชน ที่นำพันธุ์ปลาเข้ามาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ทางสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ จะมีการจัดแถลงข่าวถึงความคืบหน้า หลังจากได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะดำเนินการฟ้องทางแพ่งบริษัทเอกชน และฟ้องหน่วยงานรัฐเรื่องความผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อรับผิดชอบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ส่วนรายละเอียดเรื่องค่าเสียหาย และหน่วบงานใดของรัฐที่จะโดนฟันเอาผิด ขอให้รอติดตาม ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป