วันที่ 6 ส.ค. 2567 นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่า ในช่วงวันที่ 2 - 8 ส.ค. 2567 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้า 1 - 3 วันข้างหน้า พบว่าปริมาณน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในวันที่ 8 ส.ค. 2567 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา ประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบกรมชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 800 - 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อ.เสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.40 - 0.80 เมตร ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2567 เป็นต้นไป โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) จึงได้ประสานจังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 10 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มค่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเป็นระยะ พร้อมทั้งแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ผู้ประกอบการ และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองแม่น้ำให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา