จากกรณีประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างมาก หลังจากกลุ่มจิตอาสานำรถแบคโฮขนาดเล็ก ไปช่วยตักโคลนออกจากพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย ได้ออกมาสะท้อนปัญหาถูกไล่ออกนอกพื้นที่ ทั้งที่ยังทำภารกิจช่วยเหลือชาวบ้านยังไม่จบนั้น
ล่าสุดทางทีมข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานของกลุ่มแบคโฮเล็กดังกล่าว พบว่า มีการนำรถแบคโฮออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวแม่สายตามปกติ โดยมีการย้ายจุด จากจุดใกล้วัดถ้ำผาจมที่โดนสั่งห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่ ย้ายมายังพื้นที่ชุมชนเกาะทราย
เหตุผลอะไรที่ทำให้เราสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน และจะแก้ไขอย่างไร ?
โดยนายบรรพต ฉวีชาติ อายุ 30 ปี พนักงานขับรถแบ็คโฮเล็ก กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ขณะที่กำลังจะนำรถแบ็คโฮเข้าไปปฎิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ชุมชนถ้ำผาจมตามปกติเหมือนทุกวัน แต่ก็ได้มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาแจ้งไม่ให้ตนและทางชุดปฎิบัติงานของพวกตนเข้าไปยังบริเวณหน้างาน ซึ่งมันก็เหมือนไล่พวกตนออกมา ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจงใจไล่หรือให้รอประชุมก่อนหรือยังไง แต่ก็ไม่มีใครแจ้งแจ้งเพียงแต่ว่าไม่ให้เข้าไปยังหน้างานเท่านั้น หากใครได้ยินแบบนี้จะคิดอย่างไร ซึ่งการเดินทางมาช่วยมาช่วยด้วยใจ น้ำมันเบื้องต้นทางเถ้าแก่เป็นผู้ออกให้ก่อนทั้งหมด ส่วนหน้างานพวกตนก็มีหน้าปฎิบัติไม่ทราบรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เพราะไม่ไค่อยได้คุยปฎิบัติงานอย่างเดียว
ส่วนประเด็นที่แซทหลุดและมีชาวบ้านบางคนระบุว่าทางทีมปฎิบัติงานเรียกค่าว่าจ้างและเรียกรับเงินจากการเข้าปฎิบัติงานนั้น นายบรรพต บอกว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีการเรียกรับเงินรับทองจากผู้ประสบภัยแต่อย่างใด พวกตนทำหน้าที่ปฎิบัติงานเพียงอย่างเดียว ส่วนที่ว่าจะมีคนว่าจ้างอย่างไรนั้นก็ให้ทางเถ้าแก่ หรือนำหลักฐานเป็นสัญญาว่าจ้างมาให้ดูหน่อย พวกทำงานและไม่เคยเรียกรับเงิน ที่พักอาศัยก็พักฟรีที่โรงแรมซึ่งภาคเอกชนเปิดให้พักสำหรับจิตอาสาที่มาช่วยพื้นฟูอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะอ้างเรื่องค่าที่พักเพื่อขอรับเงินจากผู้ประสบภัย
ด้านนายบัณฑิตย์ พันธ์พลากร สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ต.เวียงพางคำ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าแท้จริงแล้วเจ้าหน้าที่ไม่เคยสั่งให้ใครหยุดงานหรือออกไป แต่ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมหน่วยงานต่างๆ เพื่อเข้าฟื้นฟูพื้นที่จึงได้เชิญให้ผู้นำรถแบ็คโฮเล็กเข้าไปร่วมประชุมด้วย เพื่อสรุปงานกันในช่วงเข้า ช่วงเที่ยงวันและช่วงเย็นตามลำดับ โดยมีการแบ่งงานกันทำในแต่ละหน่วยงาน ซึ่งที่ผ่านมามีหน่วยงานร่วมกันประมาณ 9 หน่วยงาน ปรากฎว่าทีมรถแบ๊คโฮเล็กได้เข้ามาภายหลังและไม่ทราบว่าได้ประสานงานหน่วยงานใดมาแล้วหรือยัง จึงได้มีการเชิญให้ไปร่วมระชุมกันแล้ว 2 ครั้ง เพื่อให้การทำงานเป็นไปในแนวทางเดียวกันแต่ปรากฎว่ากลับไม่เข้าร่วมประชุมจึงทำงานไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและที่จะทำให้เร็วกลับช้าลง ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเรื่องนี้จึงทำให้เอกชนไม่พอใจหรือไม่ กระนั้นยืนยันว่าไม่มีใครไปสั่งให้ใครหยุดงานอย่างแน่นอน