จากกรณี “ทนายดัง” ที่ตอนนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายกรณีต่างออกมาแฉในหลายต่อหลายประเด็นนั้น ล่าสุดทีมข่าวพีพีทีวี ได้สัมภาษณ์ นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ทั้งเรื่องการตรวจสอบ รวมทั้งการลงโทษที่จะถึงขั้นถูกลบชื่อออกจากการเป็นทนายความหรือไม่
โดยนายวิเชียร บอกว่า แต่เดิมทนายที่มีความผิด และถูกร้องเรียนเรื่องมรรยาท ก็จะมีคณะกรรมการมรรยาททนายความ เป็นผู้รับเรื่อง สอบสวน ไต่สวน แล้วก็ลงความเห็น มีคำสั่ง มีคำวินิจฉัย ผิด หรือ ไม่ผิด สมควรลงโทษยังไง ตรงนี้ไม่ต้องห่วง
ซึ่งล่าสุด แม้จะไม่มีผู้ร้องเรียน แต่ความปรากฎตามสื่อ หน้าหนังสือพิมพ์ หรือที่ไหนก็ตาม ก็จะมีการสอบสวน ทนายคนนั้นๆ เพียงแต่การสอบสวนจะเป็นความลับ และผลที่ออกมา จะแสดงให้กับผู้ร้องเรียน ศาล และเนติบัณฑิตยสภา เท่านั้น ซึ่งทนายคนใด ดังไม่ดัง ก็อยู่ในกระบวนการทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี “เจ้อ้อย” กับ เงิน 71 ล้านบาท นายวิเชียรบอกว่า ข้อบังคับมรรยาททนายความมีอยู่หลายข้อ จะมีอยู่ข้อหนึ่ง โดยเฉพาะข้อ 15 ถ้าเป็นกรณียักยอก ฉ้อโกง ตระบัดสิน ลูกความ กรณีเช่นนี้ มันเข้าข่ายผิดมรรยาท และในข้อ 18 ถ้าประกอบธุรกิจ หรือทำอาชีพ ที่เป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี ถือเป็นการทำให้เสื่อม ศักดิ์ศรีเกียรติภูมิการเป็นทนายความ กรณีแบบนี้มันเข้าข่ายผิดมรรยาททั้งหมด
โดยโทษ จะมี 3 ระดับ ได้แก่ 1.ภาคทัณฑ์ 2.ห้ามการเป็นทนายความไม่เกิน 3 ปี และ 3. ร้ายแรงที่สุดคือ ลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ
แต่สำหรับการเรียกเงินลูกความ ปกติ ไม่มีกฎหมายว่าเรียกเงินได้เท่าไร ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ แต่เข้าไปทำคดีแล้ว ทำให้เกิดความเสียหาย ลูกความก็มีสิทธิดำเนินการกับทนายความคนนั้นถ้าทำผิดสัญญา ก็เรียกร้องค่าเสียหายได้แต่ ถ้าประพฤติผิดมรรยาทข้อใดข้อหนึ่ง มาร้องเรียนเรื่อง มรรยาท
“ถ้ามีการบอกว่า ขอเงินไปเพื่อวิ่งเต้น ในการล้มคดี ในการสั่งไม่ฟ้องคดี อันนี้บอกได้เลยครับว่า ถ้าหลักฐานชัดเจน มีคนยืนยัน ลบชื่ออย่างเดียว”
ผลประกบคู่คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีม แมนยู ชน สเปอร์ส ลิเวอร์พูล ไม่หนัก
ส่วนประเด็นที่กลุ่มเพื่อน “แตงโม” ออกมากล่าวหาทนายดัง ที่บอกว่า ทนายดัง แนะนำให้สู้คดีอีกแบบ เรื่องนี้ ถ้าสอบสวน ก็จะเป็นไปในแนวทางยุยงส่งเสริมให้เบิกความเท็จหรือไม่ ถ้าเขาไม่ได้กระทำความผิด ไปแนะนำให้รับโทษ ก็ไม่ถูกเช่นกัน ซึ่งทนายความ ต้องไม่ไปยุยงส่งเสริมให้เขาเป็นความ จะต้องไม่ไปสร้างพยานหลักฐานเป็นเท็จ หรือ เสี้ยมสอนพยานให้เบิกความเท็จ หรือปกปิดอำพรางพยานหลักฐานใดๆ ที่ควรจะนำมาศาล มายื่นต่อศาล อันนี้มันทำไม่ได้
ส่วนกรณี “หนึ่ง บางปู” ที่มีการแนะนำให้ทำเป็นมีการแสดงทางจิต อาจจะเข้าข่ายความผิดใด นายวิเชียรบอกว่า ข้อบังคับสภาทนายฯ จะมี 21 ข้อ หากไม่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะไปดูที่ ข้อ 18 ว่าด้วยมรรยาททนายความ ประกอบอาชีพ ดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี เป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรี และเกียรติคุณของทนายความ อันนี้เขาเขียนครอบจักรวาลไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ยืนยัน ว่าทุกกรณีที่เกี่ยวกับทนาย จะมีการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือกันแน่นอน และกรณีไหนก็ตามที่มีผลกระทบต่อชื่อเสียงองค์กร ยิ่งจะต้องตรวจสอบให้เร็ว