วันที่ 6 พ.ย. 2567 กลุ่มชาวบ้านใน ต.กู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด นำโดย นายสุเชิด ชัยชาญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 เดินทางเข้าร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ด มี พ.ต.ท.บุณถิ่น วันภักดี อัยการจังหวัดฯ เป็นผู้รับเรื่อง
โดยเบื้องต้นทราบจากชาวบ้านว่า ไปยื่นเรื่องขอกู้เงินกับ ธ.ก.ส.สาขาเมืองบัว คนละไม่กี่แสน แต่กลับกลายเป็นหนี้รายละ 1- 3 ล้านบาท และ ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
5 แหล่งวิตามินปราการผิว ช่วยบำรุงลดรอยด่างดำ เหี่ยวย่นช่วยชะลอวัย
ชาวบ้าน เล่าว่า ไปยื่นเรื่องกู้เงินกับ ธ.ก.ส. สาขาเมืองบัวคนละประมาณ 500,000 - 550,000 บาท โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารสาวคนหนึ่งเป็นคนเดินเรื่องให้ นำเอกสารต่างๆ มาให้เซ็น ซึ่งชาวบ้านทุกคนก็เซ็นเอกสารไปเพราะไว้ใจ แต่ปรากฎว่า ชาวบ้านที่ไปยื่นเรื่องกู้ได้รับใบแจ้งหนี้จากทางธนาคารว่า พวกเขาเป็นหนี้คนละ 1-3 ล้านบาท จึงมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เลยรวมตัวกันมาร้องเรียนครั้งนี้
ซึ่งทาง ธ.ก.ส. บอกว่า ธนาคารไม่รับผิดชอบให้เคลียร์กับเจ้าหน้าที่ธนาคารคนดังกล่าวเอง ธนาคารไม่รับผิดชอบ อีกทั้งเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้ย้ายไปสาขาอื่นแล้วจึงไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จึงได้รวมตัวมาร้องเรียนที่สำนักงานฯ ครั้งนี้ เพื่อให้ช่วยขอความเป็นธรรมด้วย
ด้าน พ.ต.ท.บุณถิ่น กล่าวว่า ทราบจากรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.รายดังกล่าวได้ย้ายไปที่ ธ.ก.ส.สาขาโพนทอง และมีชาวบ้านในพื้นที่ ต.พรมสวรรค์ อ.โพนทอง ได้รับผลกระทบในลักษณะคล้ายกันกว่า 20 ราย เคยรวมตัวกันเรียกร้องขอความช่วยเหลือเยียวยาจาก ธ.ก.ส.มาแล้ว เมื่อเดือน ก.ย.2565
หลังจากนี้จะได้รวบรวมข้อมูลไว้พิจารณาว่า การที่พี่น้องประชาชนไปทำธุรกรรมกับทางธนาคาร บางครั้งเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส โดยปกติเจ้าหน้าที่ธนาคารควรให้บริการและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ตรงไปตรงมา ไม่ควรสร้างปัญหาให้เกิดแก่ประชาชน เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลของการทำงาน จะได้แจ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน มาให้ข้อมูลว่ามีผู้เดือดร้อนมากน้อยเท่าไหร่ และจะประสานกับธนาคาร ให้มาตอบคำถามชาวบ้านให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ถ้าหากเรื่องไม่จบ เราก็จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป