"Human Zoo" บทเรียนจาก "แบงค์ เลสเตอร์" สภาพแวดล้อมตอกย้ำความต่าง ที่อาจนำไปสู่การตีตราทางจิตใจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ถอดบทเรียน "แบงค์ เลสเตอร์" มอง "Human Zoo" ในมุมมองทางจิตวิทยา สภาพแวดล้อมที่ตอกย้ำความต่างของมนุษย์ ที่อาจนำไปสู่การลดทอนคุณค่า และการตีตราทางจิตใจ

จากกรณี "แบงค์ เลสเตอร์" อินฟลูเอนเซอร์ที่เสียชีวิตโดยคาดว่ามีสาเหตุมาจากการถูกจ้างดื่มเหล้าให้หมดแบนแลกเงิน 30,000 บาท อีกทั้งยังมีชาวเน็ตขุดคลิปคอนเทนต์ที่เจ้าตัวถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่าง ๆ ตั้งแต่ให้อมมูลสุนัข ไล่เตะ จับแก้ผ้าถ่ายอวัยวะเพศ กินเจลหล่อลื่น ไปจนถึงใช้สเปรย์จุดไฟพ่นใส่หัว ทำให้สังคมนอกจากจะพูดถึงในเรื่องของจริยธรรมและกฎหมายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันคือ พฤติกรรมในลักษณะ “สวนสัตว์มนุษย์” หรือ “Human Zoo” ที่ แบงค์ เลสเตอร์ ต้องเผชิญ

คอนเทนต์แนะนำ
ตำรวจเผย ปม "แบงค์ เลสเตอร์" สอบพยานแล้ว 5 ปาก ยังปฏิเสธจ้างดื่มโชว์!

แบงค์ เลสเตอร์ FB/แบงค์ เลสเตอร์
แบงค์ เลสเตอร์

นิยาม "Human Zoo" สภาพแวดล้อมประกอบสร้าง ตอกย้ำความต่างของมนุษย์

บทความ The True Story of the Mindanaoan Slave Whose Skin Was Displayed at Oxford จากนิตยสาร Esquire ให้คำนิยามคร่าว ๆ ของ Human Zoo หรือ สวนสัตว์มนุษย์ ว่า การจัดแสดงมนุษย์ในลักษณะเดียวกับสัตว์ในสวนสัตว์ ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดแสดงในอดีตของสังคมตะวันตกราวศตวรรษที่ 19 - 20 ที่มักนำกลุ่มชนพื้นเมืองหรือผู้ที่มีลักษณะแตกต่างจากตน มาแสดงในสภาพแวดล้อมจำลอง เพื่อตอกย้ำถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติ

ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อ้างอิงคำนิยามของสวนสัตว์มนุษย์จากหนังสือ Anthropology Goes to the Fair : The 1904 Louisiana Purchase Exposition ที่เขียนโดย ดอน ดี ฟาวเลอร์ และ แนนซี เจ ปาเรโซ ที่ให้คำนิยามว่า เป็นงานแสดงหรือนิทรรศการที่นำผู้คนจากที่ต่าง ๆ มาจัดแสดง ในสมัยก่อนจะมีการนำผู้คนจากชนเผ่าต่าง ๆ มาอยู่ในพื้นที่ที่สร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนท้องถิ่นที่พวกเขาอยู่ และนำเสนอศิลปวัฒนธรรมของพวกเขาให้ผู้เข้าชมได้ประจักษ์

รถโดยสารกรุงเทพฯ – เมืองเลย กลับปีใหม่ตกข้างทาง เสียชีวิต-บาดเจ็บหลายราย

"Human Zoo" กับคำจำกัดความหลายรูปแบบ

วันที่ 27 ธ.ค. 67 ผู้สื่อข่าว PPTV ได้พูดคุยกับ ดร.ชาญ รัตนะพิสิฐ อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกี่ยวกับพฤติกรรมในลักษณะสวนสัตว์มนุษย์ด้วย โดย ดร.ชาญ ระบุว่า พฤติกรรมในลักษณะ Human Zoo หากสรุปง่าย ๆ คือ การให้ความสนใจกับบุคคลใดมากเกินกว่าปกติ โดยบางคนอาจไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นมนุษย์ จึงให้เขาทำสิ่งต่าง ๆ ที่เราคาดหวัง อยากให้เขาเป็น เสมือนการฝึกสัตว์

ลักษณะของ Human Zoo มีหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ทัวร์ดูหมู่บ้านในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งบางครั้งมีคนบางประเภทที่พยายามให้เขารักษาวิถีชีวิตของเขาไว้ ทั้งที่ขัดต่อวิถีการดำรงชีวิตเขา จึงเหมือนกับว่าเรากำลังชมคนที่เหมือนกับสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์

ดร.ชาญ มองว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น สวนสัตว์มนุษย์ มีความหมายทั้งในแง่บวกและแง่ลบ อาจเป็นลักษณะของการเอาคนมาอยู่ ณ สถานที่ใด หรือไม่ได้เอาคนมาอยู่ ณ สถานที่ใด เขาอยู่ ณ จุด ๆ นั้นอยู่แล้ว เราไปสังเกตการณ์การดำเนินชีวิต กิจกรรม หรือสิ่งที่เขาทำ แบบนี้ก็มองว่าเป็น Human Zoo ได้เหมือนกัน

หรือบางครั้งเราพยายามกำหนดสิ่งแวดล้อมบางอย่าง แล้วให้เขาทำตามในสิ่งที่เราต้องการ จากนั้นนำคนมาอยู่ มาดู เช่น การโชว์ตามงานวัด คนผิดปกติ มนุษย์งูต่าง ๆ บางคนก็นิยามได้ว่าเป็น Human Zoo รูปแบบหนึ่ง แต่บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ ต้องมีปัจจัยครบถ้วนทั้งในเรื่องของการบังคับจิตใจ หรือมีการกระทำอะไรบางอย่าง จัดสิ่งแวดล้อมอะไรบางอย่าง ซึ่งมีการตีความอย่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่ามองตรงกันหรือไม่

ตัวอย่างเช่น บางคนอาจบอกว่าการไปดูชนกลุ่มน้อยเป็น Human Zoo หรือบางคนอาจมองว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ไปดูวิถีชีวิตธรรมดา เขาไม่ได้มีปัญหาอะไร เราไม่ได้มีส่วนเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเขา เขาไม่เกิดผลลบ แบบนี้ก็อาจไม่เรียกว่าเป็น Human Zoo ก็ได้ หรือบางคนอาจมองว่า ต้องมีการมองคนคนหนึ่งหรือคนกลุ่มหนึ่งที่ด้อยความเป็นศักดิ์ศรีกว่าความเป็นมนุษย์ปกติด้วย จึงจะเรียกว่า Human Zoo แล้วแต่การให้คำจำกัดความ

"Human Zoo" สภาพแวดล้อมตอกย้ำความต่าง ที่อาจนำไปสู่การตีตราทางจิตใจ Magnific/tayhifi5
"Human Zoo" สภาพแวดล้อมตอกย้ำความต่าง ที่อาจนำไปสู่การตีตราทางจิตใจ

"ผู้ชม - การตระหนักรู้ลดลง" เชื้อไฟขับเคลื่อนอินฟลูฯ แสดงพฤติกรรมสวนสัตว์มนุษย์

ดร.ชาญ เผยว่า สิ่งที่ขับเคลื่อนให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้แสดงพฤติกรรมลักษณะ Human Zoo ต่อ “แบงค์ เลสเตอร์” คือ เขาอาจมีความคิดว่ากลุ่มเป้าหมายที่มาชมโดยปกติแล้วเป็นกลุ่มไหน ต้องการเห็นอะไร เช่น ความตลกขบขันจากการทำอะไรเปิ่น ๆ หรือการทำอะไรแปลก ๆ หรือทำอะไรที่รู้สึกว่าคนทั่วไปไม่ทำกัน มีการใช้คำพูด ใช้สถานการณ์เข้ามาประกอบ แล้วทำให้รู้สึกสนุก ซึ่งบางคนอาจชอบคอนเทนต์เหล่านี้

ดังนั้น เหล่าอินฟลูเอนเซอร์จึงต้องพยายามทำอะไรที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ชม ที่พอคนชอบแล้ว บางคนอาจแสดงความเห็นว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ จากนั้นก็ทำตามความเห็นเหล่านั้นเพื่อให้ได้ใจของกลุ่มเป้าหมายหลัก หรือเขาอาจมองว่าทำแบบนี้ซ้ำซากกับคนอื่น ต้องหาอะไรใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่อชิงความได้เปรียบเหนือช่องคู่แข่ง หรือเพื่อให้คนสนใจมากขึ้น

หรือพอมีการยกระดับคอนเทนต์ขึ้น แล้วกลับมาผ่อนบ้าง คนอาจแสดงความเห็นในเชิงที่ว่า “ทำไมตอนนี้ไม่ค่อยสนุกเลย” จึงจำเป็นต้องกลับไปหาคอนเทนต์ที่คล้ายเดิม หนักกว่าเดิม หรือแปลกยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้เกิดการแข่งขันและได้ใจผู้ชมที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ดร.ชาญ มองว่า ถ้าในสภาวะปกติ เชื่อว่าคนทุกคนตระหนักรู้ได้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร แต่พออยู่ท่ามกลางคนหลายคน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานของเขา หรือผู้ชม บางครั้งอาจเป็นการเสริมแรงแบบผิด ๆ ทำให้เขาเข้าใจว่าสี่งที่เขากำลังทำเป็นเรื่องปกติ และคนที่เขาให้ทำก็ดูสมัครใจ ไม่เห็นอิดออดอะไร

ซึ่งบางครั้ง การรับรู้ของ “แบงค์ เลสเตอร์” ด้วยภาวะปกติอาจไม่ได้มีการรับรู้เหมือนคนทั่วไปว่า ทำแบบนี้จะปลอดภัยหรือไม่ หรือเขาก็มีความต้องการอะไรบางอย่างที่อยากให้ตนเองได้มาทำงานในส่วนนี้มากขึ้น ตรงนี้จึงเป็นการเสริมแรงให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์มองว่าสามารถทำได้ ไม่เห็นเป็นอะไร มีคนชื่นชอบ

“ยิ่งคนให้โจทย์กับคนทำต่างมุ่งไปยังจุดเดียวกันทั้งคู่ คือ การตระหนักรู้ลดลง การใช้เหตุผลลดลง มีกองเชียร์ จึงมีการทำอะไรแปลก ๆ และแหวกขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นความอันตราย เมื่ออารมณ์พุ่งพล่าน คนก็จะยิ่งทำอะไรแปลก ๆ หรือยิ่งทำอะไรโดยที่ไม่ค่อยคิดมากขึ้น อาจเป็นที่มาของการทำอะไรที่หลุดไปบ้าง หรือมีความเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้น” ดร.ชาญ กล่าว

Human Zoo อาจนำไปสู่การตีตราทางจิตใจ

ดร.ชาญ เผยว่า ผลกระทบที่ “แบงค์ เลสเตอร์” หรือผู้ที่เป็น Human Zoo บางครั้งอาจเป็นการมองจากคนภายนอกเข้าไป ตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนอาจมีทัวร์เข้าไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน วิถีชนกลุ่มน้อย ชาวเผ่าบางกลุ่ม ถ้าไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ และคนที่เข้าไป เข้าไปด้วยความรู้สึกทางบวก อยากไปเรียนรู้ อยากไปดูวิถีชีวิตเขาด้วยความจริงใจ ก็มองว่าเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เขาได้รายได้จากนักท่องเที่ยว รู้สึกได้นำเสนอวัฒนธรรมหรือสิ่งที่เขาเป็นให้กับคนที่ต้องการมาเห็นวิถีชีวิต ตรงนี้จะเป็นรูปแบบหนึ่ง

แต่ถ้าเป็น Human Zoo ที่เกิดจากความจำเป็นที่ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง หรือต้องการเติมเต็มความต้องการของใครบางคนโดยมีส่วนได้ส่วนเสีย ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่อาจมีความเสี่ยงทางจิตใจหลาย ๆ ด้าน

เช่น ตามความคิดของคนปกติอาจรู้สึกว่าทำไมฉันต้องมาโดนเล่นอะไรแรง ๆ แบบนี้ แต่ในอีกกรณีอาจมีความคิดว่า อดทนหน่อย เดี๋ยววันหน้าก็สบาย ก็อาจมีคนคิดแบบนี้ได้ หรืออาจมองว่าทำแบบนี้แล้วมีคนยอมรับมากขึ้น อาจรู้สึกว่าสนุกดี ก็อาจเป็นการที่เขาพยายามทำในสิ่งที่ต้องทำให้เกิดการยอมรับตรงนั้นก็เป็นได้

ที่แน่ ๆ กรณีนี้เกิดความเจ็บปวดทางด้านร่างกายอยู่แล้ว หรือถ้าเป็นด้านจิตใจ เมื่อเขาโดนดุด่าต่อว่าจากการทำคอนเทนต์ เช่น โง่ ซื่อบื้อ ในระยะแรกอาจมองว่าเป็นเรื่องขำ ๆ แต่ถ้าโดนอย่างนั้นอยู่เรื่อย ๆ จะส่งผลกระทบต่อจิตใจ เขาอาจเห็นคุณค่าในตัวเองลดลง หรือเข้าใจว่าตัวเองเป็นอย่างที่คนอื่นพูดจริง ๆ หรือในทางจิตวิทยาจะเรียกว่า “Labelling” หรือ “การตีตรา”

"Human Zoo" สภาพแวดล้อมตอกย้ำความต่าง ที่อาจนำไปสู่การตีตราทางจิตใจ Magnific/EyeEm
"Human Zoo" สภาพแวดล้อมตอกย้ำความต่าง ที่อาจนำไปสู่การตีตราทางจิตใจ

การเยียวยาผู้รับผลกระทบ Human Zoo

ดร.ชาญ ระบุว่า ถ้าเป็นคนปกติทั่วไป การที่สามารถหลุดออกจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ บางคนก็สามารถหายได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่อาจจะต้องการเวลา เขาอาจไปทำในสิ่งที่มีคนยอมรับเขาทางบวกมากขึ้น มีคนส่งเสริมเขาอย่างถูกวิธีมากขึ้น เขาก็อยู่กับตัวเองได้ รักตัวเองได้

แต่ถ้าอยู่แล้วยังคงรู้สึกทางลบกับตนเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า แล้วต้องย้อนกลับไปทำอะไรแบบเดิม ๆ เพื่อให้คนยอมรับ หรือมีความวิตกกังวล ความเครียด หรือมีลักษณะซึมเศร้า ก็อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา หรือจิตเวชเข้ามาช่วยเขาอีกทางหนึ่ง

หรือการสนับสนุนทางสังคม หรือ Social Support จากคนรอบตัวที่เป็นห่วงเขา ก็อาจจะช่วยให้เขาหลุดจากอาการทางลบต่าง ๆ ทั้งความไม่สบายใจ หรืออาการแพนิกได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ