จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์คอร์สอบรม “อาสาตำรวจคนจีน” ที่มีมหาวิทยาลัยสยามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการจัดอบรมอาสาตำรวจให้กับชาวจีน และเรียกเก็บค่าอบรมจำนวน 38,000 บาทต่อคนนั้น
ล่าสุด ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม แถลงข่าวชี้แจงว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเคยจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในหลายเรื่อง ส่วนในครั้งนี้มหาวิทยาลัยในฐานะผู้เสียหาย พอได้ทราบเรื่องมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้ที่ดกี่ยวข้องทั้งบุคลากรและนักศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ข้อสรุปว่า
1.การอบรมดังกล่าวเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลภายนอกร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 โดยมี Dr.Li ZHANG อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสยาม เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดอบรม เพื่อให้ความรู้ด้านการป้องกันอาชญากรรมและการดูแลตนเองแก่นักศึกษาจีน และบุคลากรของมหาวิทยาลัย แต่โครงการดังกล่าวไม่ได้ยื่นเสนอขออนุมัติจากอธิการบดี
2.การจัดอบรมจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 25-27 ธันวาคม 2567 โดยในวันที่ 25 อบรมที่ห้องเรียนขอฃมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้เสนอขออนุมัติใช้สถานที่จากมหาวิทยาลัย ส่วนวันที่ 26-27 เป็นการอบรมนอกสถานที่
3. หนังสือขอความร่วมมือในการจัดทำโครงการที่ส่งไปยังผู้กำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล เป็นหนังสือที่ร่าง และจัดทำขึ้นมาจากบุคคลภายนอก แต่มีการลงนามโดย Dr.Li ZHANG เป็นการใช้ตำแหน่งที่ไม่ได้แต่งตั้งเป็นทางการตามคำสั่งของมหาวิทยาลัย และมีการลงนามไปโดยพละการ ไม่ได้เสนอขออนุมัติจากมหาวิทยาลัยก่อน
4.กรณีการเก็บเงินค่าลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม จำนวน 38,000 บาท ตามที่เป็นข่าว ด้าน Dr.Li ZHANG ยืนยันว่า นักศึกษาจีนและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการอบรมทั้งหมด ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม และด้านบุคลากร นักศึกษาจีนที่เข้าร่วมก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้มีการเก็บเงินจริง แต่ส่วนการเก็บเงินค่าลงทะเบียนจากบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมการอบรม Dr.Li ZHANG แจ้งว่าไม่ได้รับทราบมาก่อน เป็นการดำเนินการของบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย
และ 5. การติดต่อประสานงานเกี่ยวกับกิจกรรมตามโครงการ ตลอดจนการมอบประกาศนียบัตร การเตรียมอุปกรณ์เพื่อแจกให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ เช่น หมวก เสื้อกั๊ก ป้ายคล้องคอ ด้าน Dr.Li ZHANG แจ้งว่า บุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดเอกสารในการยื่นอบรมที่อ้างว่าเป็นบุคคลภายนอกจัดทำ ด้านศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร เปรมชัยสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในชุดนี้ ชี้แจงว่า จากการสอบสวน Dr.Li ZHANG ทำให้เห็นจุดสังเกตหลายจุดของความไม่เรียบร้อยเอกสาร เช่น บางช่วงของเอกสารใช้คำว่า มหาลัย บางช่วงใช้คำว่า มหาวิทยาลัย และจากการสอบสวน Dr.Li ZHANG อ้างว่าเป็นคนจีนคนหนึ่ง แต่มหาวิทยาลัยไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะอยู่นอกเหนือการสอบสวน
ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มถึงส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามีมีส่วนร่วมในการอบรมนั้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นตำรวจชุดเดียวกันกับที่เคยมาจัดโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัย
ส่วนเรื่องการดำเนินโทษทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม บอกว่า จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือลงโทษ ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยสยาม และจะดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการแอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัยสยาม โดยไม่ชอบตาม พรบ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546
อย่างไรก็ตามการวางมาตราการป้องกันต่อจากนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม ยืนยันว่า ที่ผ่านมามีการตรวจสอบที่ดีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานราชการติดต่อเข้ามาเพื่อทำโครงการ แต่ครั้งนี้มีบุคคลภายนอกมาจัดทำโดยพลการ จึงเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ยืนยันว่าครั้งนี้มหาวิทยาลัยเป็นผู้เสียหาย และจะเร่งพิจารณาหารือดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดให้เร็วที่สุด