จากกรณีมีรายงานว่า ตำรวจไซเบอร์เตรียมตรวจสอบ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม กรณีมีคำพูดพาดพิงถึงบุคคลสำคัญ จนเกิดกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น
ล่าสุด อาจารย์เบียร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการประสานจากตำรวจไซเบอร์ ซึ่งยืนยันว่าพูดในไลฟ์สดอยู่ตลอดเวลาว่าตนมีแบล็คดีก็คือพระพุทธเจ้า ซึ่งตนมองว่ามันเป็นความเพ้อเจ้อของสังคมที่จะเอาตนลงให้ได้ พยายามจะใส่ร้ายป้ายสีได้ทุกอย่างทุกคำ ตนสอนธรรมะของพระพุทธเจ้าแต่ก็มีคนพยายามจะทำลาย ตนก็ไม่รู้ว่าไปทำผิดอะไร ซึ่งมันเกินไปหรือเปล่า
ส่วนกรณีที่มีการเปรียบเทียบสังขารเกจิกับซากสัตว์นั้น อาจารย์เบียร์ บอกว่าเคยตอบไปหลายครั้งแล้วว่า ตนพูดในมุมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีคนถามว่า ร่างกายของเกจิไม่เน่าเท่ากับศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม ตนก็มองว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับความศักดิ์สิทธิ์ ยกตัวอย่างอย่างเช่นสัตว์เดรัจฉานมันก็มีไม่เน่าไม่เปื่อย งั้นสัตว์เดรัจฉานก็ต้องศักดิ์สิทธิ์ด้วย ซึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าบอกแล้วพระพุทธองค์ทรงปฏิเสธเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์คือการดลบันดาลอ้อนวอน ขอร้องเทพเทวา ให้เขาเหล่านั้นดลบันดาลตามความพอใจ ถ้าบอกว่า สรีระร่างกายเกจิครูบาอาจารย์ สามารถไปกราบอ้อนวอนขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นแล้ว จะสามารถดลบันดาลให้เราประสบความสำเร็จได้ ตนมองว่ามันเพ้อเจ้อ ไม่ใช่หลักคำสอน ไม่มีในพระพุทธศาสนา และตนยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้ดูถูกปรามาส ดูถูกเหยียดหยาม พ่อแม่ครูบาอาจารย์
ส่วนในกรณี ทนายอนันตชัยกับหลวงพี่น้ำฝน นั้น อาจารย์เบียร์ บอกว่า มองว่าท่านสามารถพูดได้ตามสิทธิเสรีภาพ ส่วนทนายอนันตชัย ตนก็ไม่ได้มีปัญหากันออกไปทางชื่นชอบซะด้วยซ้ำ ส่วนหลวงพี่น้ำฝน ตนก็ไม่ได้มีปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทั้งสองท่าน แต่ถ้าทั้งสองท่านจะมีปัญหากับตน ก็เป็นเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับตน
“อาจารย์ไม่ขอต่อยตีไม่ขอมีเรื่องด้วย ถ้าอาจารย์พูดผิดเรื่องไหนพูดมาว่าผิดเรื่องอะไร ชี้แจงมา อย่ามากล่าวว่าร้ายพยายามเข้าใจจิตจำนงค์อาจารย์ ไม่ว่าจะใครก็สามารถขอพบกับอาจารย์ได้ สามารถตำหนิติเตียนได้อาจารย์พร้อมจะเปลี่ยนและแก้ไขให้ ตามหลักคำสอนถ้าไม่ขัดกับพระพุทธศาสนา” อาจารย์เบียร์ กล่าว