จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากวิทยุ 191 ว่ามีผู้เสียหายชาวจีนได้ถูกชายชาวจีน 3 คน ปล้นทรัพย์เป็นเงิน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่จะนำมาแลกเป็นเหรียญคริปโท ก่อนถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุนำกระเป๋าเงินดังกล่าวหลบหนีขึ้นรถตู้แอลพาร์ตสีขาว ทะเบียน 2ขล 2233 กทม. มุ่งหน้าอโศก โดยเหตุเกิดภายในซอยประชาราษฏร์บำเพ็ญ 12 เขตห้วยขวาง
ซึ่งล่าสุดตำรวจ พบว่าภายในกระเป๋าเงินสดที่ผู้ก่อเหตุนำไปนั้น ผู้เสียหายใส่โทรศัพท์มือถือไว้ โดยระบุจีพีเอสล่าสุด พิกัดอยู่ที่ สวนสุขภาพแต้จิ๋ว เขตยานนาวา เจริญราษฎร 3
นอกจากนั้น พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง ยังเปิดเผยอีกว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ภายในร้านรับส่งพัสดุ แห่งหนึ่งภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 12 โดยเป็นเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่ผู้เสียหายนำเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท มา แลกเป็นเหรียญคริปโทโดยระหว่างการเจรจา ฝั่งผู้ก่อเหตุแจ้งว่าได้โอนเงินเข้าไปยังบัญชีผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เสียหายตรวจสอบกลับพบว่าไม่มีเหรียญคริปโทโอนเข้ามา จึงเกิดเหตุทะเลาะกัน จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุที่คิดว่าได้โอนเงินให้แล้วจึงนำเงินดังกล่าวไป
ต่อมาในช่วงเวลาเดียวกันได้เกิดเหตุคนจีนฉ้อโกงคนจีนด้วย โดยเหตุเกิดขึ้นที่อาคารจีทาวเวอร์ ย่านพระราม 9 ผู้เสียหาย 2 คนนำเงินสด 8 ล้านบาท มาแลกเหรียญคริปโต กับชาวจีน 4 คน โดยระหว่างเจรจาผู้ก่อเหตุได้โอนเหรียญคริปโตไปยังบัญชีหนึ่ง ที่มีเจ้าของบัญชีเป็นคนจีนและทำหน้าที่เป็นคนกลางนัดให้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน
โดยขณะเจรจา ฝ่ายผู้เสียหายบอกว่ายังไม่ได้รับโอนเหรียญคริปโต แต่ฝั่งผู้ก่อเหตุก็ยืนยันว่าได้ทำการโอนเหรียญคริปโตไปแล้ว จึงนำเงินสด 8 ล้านบาทหนีไป ต่อมาผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความที่สน. ห้วยขวาง
เบื้องต้น จากการตรวจสอบตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุที่แท้จริง คือ เจ้าของบัญชีคนกลางที่นัดหมายทั้งสองฝ่ายให้มาเจอกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่
สำหรับทั้ง 2 คดีที่เกิดขึ้น ผู้กำกับการสน. ห้วยขวาง ระบุว่า ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นเครือข่ายเดียวกัน แต่ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตาม เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำผิดสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีออกนอกประเทศ