เมื่อประมาณ 09.00 น. วันที่ 5 ก.พ. 2568 เจ้าหน้าที่ได้ทำการเตรียมพร้อมรอคำสั่งจากศูนย์สั่งการจังหวัดเชียงใหม่ อนุมัติตัดไฟฟ้า ที่ส่งไปยังเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย 2 จุด ได้แก่ ที่บริเวณข้างด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 2 และบริเวณใกล้สะพาน 2 บ้านเหมืองแดง โดยมีนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยนายณัฎฐ์คเนศ จรัสรวีสิริกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สาย ร่วมปลดสวิตช์จ่ายกระแสไฟออก
นายณัฎฐ์คเนศ จรัสรวีสิริกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สาย ได้เผยว่า การจ่ายไฟให้ทางเมืองท่าขี้เหล็ก สะพานแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 มีการจ่ายไฟฟ้าไปทางท่าขี้เหล็กใกล้เคียงกัน แต่ละแห่งประมาณ 7 กิโลวัตต์ ซึ่งตามสัญญาแต่ละแห่งส่ง 8 กิโลวัตต์ รวมกัน 2 แห่ง ส่งไฟฟ้าไปประมาณ 14 กิโลวัตต์ ซึ่งหลังจากการปลดสวิตซ์ไฟออก ก็จะทำการแจ้งไปยังการไฟฟ้าเมียนมา ท่าขี้เหล็ก
ซึ่งขณะเดียวกัน ได้มีรายงานว่า ทางท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับการหยุดจ่ายไฟฟ้าของไทย โดยจะย้ายไปใช้ไฟฟ้าของลาว ที่ส่งทางเมืองมอม สปป.ลาว เหนือขึ้นไปทางสามเหลี่ยมทองคำแทน ซึ่งบริเวณดังกล่าว จะเชื่อมต่อที่สถานีไฟฟ้าเมืองท่าขี้เหล็ก ขนาด 40 เมกะวัตต์ และสามารถเชื่อมต่อได้ทันที
“เขาจะปรับปรุงระบบจำหน่ายก่อนใช้ เวลาระยะหนึ่งเท่านั้นเอง ปัจจุบันเขามีพลังงาน หรือ สถานีไฟฟ้าเขาลอยอยู่แล้วครับ ถ้าเขามีเวลาเตรียมตัวพอนี่ ไม่น่ามีประเด็นอะไร (ราคาจะต่างกับของเราไหมครับ) ปกติที่ทราบมานี่ก็ ซื้อทางลาวเขาจะถูกกว่าเราอยู่แล้ว ของเราขายนี้ เราขายประเภทธุรกิจรายใหญ่ ของเขา เขาก็ขายส่ง เขาซื้อ 115 ราคาจะถูกกว่าครับ และอีกอย่างฝั่งลาวมีพลังงานน้ำเยอะ”
ทั้งนี้ การที่ไทย งดจ่ายไฟไปขายให้ท่าขี้เหล็ก ซึ่งแต่เดิม ไทยขายหน่วยละ 6 บาท ก็จะทำให้ไทยขาดรายได้ประมาณ 50 ล้านบาทต่อเดือน
ส่วนบรรยากาศ ที่บริเวณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 พรมแดน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เช้านี้ การข้ามไปมาของผู้คนสองฝั่ง ทั้งจากอำเภอแม่สายและจากท่าขี้เหล็ก ยังคงเป็นไปด้วยความคึกคัก มีรถรับส่งนักเรียนที่ต้องมาเรียนฝั่งไทย พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคและทำธุระกันในตอนเช้า
ส่วนการตัดไฟที่มีขึ้น ได้สร้างความกังวล กับหลายฝ่าย ทั้งประชาชนไทย และเมียนมา เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบหลายด้าน โดยนางสาวผกายมาศ เวียร์รา ประธานหอการค้า อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระบุว่าใน จ.ท่าขี้เหล็ก มีการใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยเกือบทั้งหมด เพราะไม่มีแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เอง หากมีการตัดไฟเชื่อว่าจะกระทบต่อวิถีชีวิต และภาคธุรกิจใน จ.ท่าขี้เหล็กทั้งหมด ซึ่งทั้งนี้อาจรวมถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย
ขณะที่เพจ Tachileik News Agency ซึ่งเป็นเพจข่าวท้องถิ่นประจำ จ.ท่าขี้เหล็ก ระบุว่าการตัดกระแสไฟที่จะเกิดขึ้นทำให้ทางสํานักงานคณะกรรมการผู้นําแสงสว่างเมือง (ธุรกิจกระจายไฟฟ้า) ของ จ.ท่าขี้เหล็กได้เตรียมแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจากประเทศลาวแทน หากมีการตัดกระแสไฟจากประเทศไทยจริง แต่ประชาชนชาวเมียนมาใน จ.ท่าขี้เหล็ก ก็ยังคงกังวลใจ ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดหาซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ และหาแหล่งจ่ายไฟสำรองไว้ใช้ภายในครัวเรือนกันอย่างอลม่าน