นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สันติชัยฟิตเนส ถนน Fa Yuen Street เขต Mong Kok เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในฟิตเนสที่เปิดสอนศิลปะมวยไทยให้กับชาวฮ่องกง โดยมี นายสันติชัย คงแสนแก้ว เจ้าของฟิตเนสและทีมผู้ฝึกสอนให้การต้อนรับ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการมาตรวจเยี่ยมสถานออกกำลังกายสอนมวยไทยในประเทศฮ่องกง ซึ่งเป็นโอกาสทองของครูมวยไทย ที่จะได้รายได้สูง - สิทธิพำนักถาวร ดังนี้
- เงินเดือนเริ่มต้น 81,000 บาท/เดือน (หลังหักค่าใช้จ่ายสามารถส่งเงินกลับไทยได้เต็มที่)
- สวัสดิการที่พักและอาหารฟรี
- ทำงานเกิน 7 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอพำนักถาวรในฮ่องกง
- ลูกค้าส่วนใหญ่มาฝึกเพื่อออกกำลังกาย ค่าสอนเฉลี่ย 1,000 - 1,500 เหรียญฮ่องกง หรือราว 4,300 - 6,500 บาทต่อชั่วโมง
“มวยไทยเป็นอาชีพที่มีศักยภาพสูงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในฮ่องกงที่ต้องการครูมวยไทยจำนวนมาก การได้รับใบรับรองอาชีพจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยทำงานได้อย่างมั่นคง ถูกต้อง และได้รับการคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม” นายพิพัฒน์ กล่าวปิดท้าย
ด้านนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานหนุนเต็มที่ ส่งแรงงานไทยไปทำงานถูกกฎหมาย และมี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งรับผิดชอบฝึกทักษะและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน รวมถึง กรมการจัดหางาน ที่สนับสนุนการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ หากผู้ประกอบการต้องการเทรนเนอร์นักมวย สามารถประสานงานกับสำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง
ขณะที่ นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จากการลงพื้นที่ของ นายพิพัฒน์ ทำให้รับทราบเกี่ยวกับข้อมูลผู้ฝึกสอนมวยไทย (ครูมวย) ด้านค่าจ้างที่ค่อนข้างสูง ที่พักและอาหารฟรี ทำงานเกิน 7 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอพำนักถาวรในฮ่องกง และที่สำคัญหากผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานมีใบรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยิ่งเป็นการการันตีทักษะฝีมือเป็นที่จับจองของฟิตเนสและค่ายมวยต่าง ๆ ที่พร้อมจ่ายค่าจ้างที่สูงกว่าทั่วไป
แต่ไม่เพียงแต่ฮ่องกงยังมีอีกหลายประเทศต้องการครูมวยไทยที่มีใบรับรองเป็นจำนวนมาก เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ส่วนภายในประเทศก็มีความต้องการที่ไม่แตกต่างกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงกำชับให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งผลิตครูมวยไทยให้ทันต่อความต้องการตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ และเป็นการผลักดันให้กีฬามวยไทยมีมาตรฐานมีทักษะเป็นที่ยอมรับในระดับโลกมากยิ่งขึ้น
นายเดชา กล่าวต่อไปว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ส่งเสริมให้ค่ายมวย สถาบันการศึกษา ภาครัฐและเอกชน เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานสาขาผู้สอนมวยไทย ระดับ 1 ได้ดำเนินการแล้วทั่วประเทศ 32 แห่ง เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม วิทยาลัยการอาชีพไชยา สามารถพยัคฆ์อรุณยิม ค่ายมวย ช. ชนะชัย มวยไทยลุมพินี
นอกจากนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยังส่งผู้เชี่ยวชาญด้านมวยไทยไปดำเนินการการทดสอบยังต่างประเทศอีกด้วย ล่าสุด ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 ดำเนินการทดสอบฯ ที่เมืองไทเป ไต้หวัน และมีแผนจัดทดสอบฯ วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ที่โตเกียว ญี่ปุ่น เป็นต้น
การขับเคลื่อนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทำให้มีครูมวยไทยผ่านการทดสอบฯ แล้วจำนวน 210 คน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ จึงเชิญชวนให้ครูมวยไทยที่ยังไม่ผ่านการทดสอบฯ เข้ารับการทดสอบฯ เพื่อโอกาสในการประกอบอาชีพ ค่าจ้างที่สูงมากขึ้น ติดต่อสอบถามได้ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ โทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1560 กด 4 หรือส่งข้อความสอบถามที่เพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.facebook.com/dsdgothai