จากกรณีวันที่ 28 มี.ค. 68 เกิดแผ่นดินไหวบริเวณประเทศเมียนมาแล้วสะเทือนถึงหลายพื้นที่ของประเทศไทยนั้น กรมทรัพยากรธรณีได้รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า หลังจากนี้ไม่น่าจะเกิดผลกระทบกับประเทศไทยแล้ว
นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของแนวรอยเลื่อนสะกายในเมียนมา ตามแนวระนาบแบบเหลื่อมขวา อัตราเคลื่อนตัวประมาณ 2 ซม. ต่อปี
รอยเลื่อนสะกายนี้ เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอดีตตั้งแต่ พ.ศ. 2473 ครั้งนั้นขนาด 7.3 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน
การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดการรับรู้สั่นสะเทือนได้ในจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ตาก แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ ลำปาง เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี ชลบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ ราชบุรี สิงห์บุรี
ด้าน ดร.วีระชาติ วิเวกวิน นักธรณีชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า รอยเลื่อนสะกายเป็นรอยเลื่อนที่ยาวมาก ลากตั้งแต่มัณฑะเลย์ถึงย่างกุ้ง และไกลจากไทยมากประมาณ 1,000 กว่ากิโลเมตร แต่สาเหตุที่รู้สึกมาถึงประเทศไทย เป็นเพราะคลื่นแผ่นดินไหวเมื่อเคลื่อนมา จะทำให้มันขยายขึ้น และเมื่อมาถึง กทม. ก็มาสอดคล้องกับความถี่ธรรมชาติของตึกสูง ทำให้สั่นง่าย รู้สึกมากขึ้น
ดร.วีระชาติบอกว่า ปัจจุบันมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งโดยหลักการ อาฟเตอร์ช็อกจะมีขนาดเล็กกว่าแผ่นดินไหวหลัก และจะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลง ตัวอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมาหลังแผ่นดินไหวหลักครั้งแรกเองคนไทยก็ไม่รู้สึกแล้ว
“หลังจากนี้อาฟเตอร์ช็อกขนาดควรน้อยลงไปเรื่อย ๆ ให้ทุกคนสบายใจได้ ไม่น่าจะมีผลกระทบกับประชาชนในไทยแล้ว อย่างไรก็ตาม ให้ตระหนัก เฝ้าระวัง หากมีแผ่นดินไหวอีกอาจต้องระมัดระวัง เฝ้าดูว่า อาคารที่เราอยู่มีรอยร้าวหรือไม่ มีโอกาสขยายรอยแตกของอาคารหรือเปล่า เบื้องต้นน่าจะปลอดภัย” ดร.วีระชาติกล่าว
นักธรณีชำนาญการพิเศษย้ำว่า เรื่องของแผ่นดินไหว โดยหลักการแล้ว ไม่สามารถทำนายหรือพยากรณ์ได้ ว่าจะเมื่อไหร่ ยังไง แต่ถ้าเกิดแล้ว เราสามารถส่งข่าวเพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ได้