ไขคำตอบตึกถล่ม? ใครต้องรับผิดชอบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เหตุแผ่นดินไหวทำตึกสูงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังระหว่างก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดหรือไม่? ต้องสร้างใหม่เองหรือเรียกเงินเพิ่มจากรัฐได้

แฟนเพจเฟซบุ๊ก "ช่างถึก โยธาไทย" เขียนโดย อดีตวิศวกรสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมโยธาไทย ได้โพสต์ถึงเหตุแผ่นดินไหวทำตึกสูงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังระหว่างก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดหรือไม่? ต้องสร้างใหม่เองหรือเรียกเงินเพิ่มจากรัฐได้ ซึ่งได้มีการไขคำตอบตึกถล่ม? ใครต้องรับผิดชอบ พร้อมสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด และบทเรียนของรัฐ

รอยเลื่อนสะกาย ต้นตอเหตุแผ่นดินไหว ความรุนแรง 7.7

แผ่นดินไหว ช่างภาพพีพีทีวี
ตึกถล่มที่ถล่มจากแผ่นดินไหว เป็นอาคาร สตง.แห่งใหม่

แผ่นดินไหวทำตึกสูงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังระหว่างก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดหรือไม่? ต้องสร้างใหม่เองหรือเรียกเงินเพิ่มจากรัฐได้?
-เจาะลึกข้อ 11, 12 และ 21 ของ สัญญาจ้างก่อสร้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าใจอย่างแท้จริง
เกิดเหตุการณ์ใหญ่กลางกรุงเทพฯ
ตึกสูงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว
- คนงานบาดเจ็บและเสียชีวิต
 -อาคารข้างเคียงได้รับผลกระทบ
 -และที่สำคัญ… อาคารนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง ยังไม่ได้ส่งมอบงาน
แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ…
ตึกสูงอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง “ไม่พัง”
พังแค่ตึกเดียว… ทำไม?
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่แผ่นดินไหว แต่เป็นเรื่อง ที่ต้องพิสูจน์ว่าเกิดจาก “แบบแปลน” หรือ “การก่อสร้าง”

- ถ้าเกิดจาก “แผ่นดินไหว” อย่างเดียว ใครต้องรับผิด?
หลายคนอาจเข้าใจว่า แผ่นดินไหวเป็นเหตุสุดวิสัย
ใช่ครับ มันคือเหตุสุดวิสัยจริง
แต่ใน สัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 11 เขียนไว้ชัดว่า:
“ความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น
แม้จะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ตาม
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ โดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่
โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง”
เว้นแต่เพียงอย่างเดียว: ถ้าความเสียหายเกิดจาก “ความผิดของผู้ว่าจ้าง” เช่น การออกแบบผิด
สรุป:
 - แผ่นดินไหว → เหตุสุดวิสัย
 -แต่ถ้ายังไม่ส่งมอบงาน → ผู้รับจ้างต้องสร้างใหม่เองทั้งหมด
- ผู้ว่าจ้างไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว
และที่สำคัญที่สุด:
ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างเพิ่ม หรือเงินชดเชยจากผู้ว่าจ้างแม้แต่น้อย
จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสร้างใหม่ “ทั้งหมด” ด้วยตนเอง
เพราะยังอยู่ในระยะเวลารับผิดชอบตามสัญญา ยังไม่ได้ส่งมอบงานขั้นสุดท้าย
และไม่มีข้อความใดในสัญญาที่เปิดโอกาสให้ผู้รับจ้างเรียกเงินเพิ่มจากผู้ว่าจ้างในกรณีนี้

- ถ้าแบบแปลนผิด ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด
หากพิสูจน์ได้ว่าแบบแปลนของผู้ว่าจ้างผิด เช่น
 - คำนวณพลาด
 -ไม่ออกแบบให้รองรับแรงแผ่นดินไหว
 - หรือวางระบบโครงสร้างไม่เหมาะสม
ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดในความเสียหายนั้น
เพราะถือเป็น “ความผิดของผู้ว่าจ้าง” ตามข้อ 11
แต่ถ้าแบบถูกต้องตามหลักวิศวกรรมแล้ว…
ผู้รับจ้างไม่มีทางหลุดความรับผิดชอบได้เลย ไม่ว่าจะอ้างแผ่นดินไหวหรืออะไรก็ตาม

-แล้วตอนนี้ เรารู้อะไร?
- ตึกนี้พังจากแผ่นดินไหว
-ตึกข้างเคียงไม่พัง
 -แสดงว่า “น่าจะมีปัญหาเฉพาะตึกนี้”
- ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์จากหน่วยงานที่เชี่ยวชาญต่อไป
แต่ หากแบบไม่ผิด → ผู้รับจ้างรับผิด 100%

-แล้วชีวิตของคนงานล่ะ?
ตาม ข้อ 12 ของสัญญาจ้างก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยให้แรงงานทุกคน
“ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีประกันภัยสำหรับลูกจ้างทุกคน…
ครอบคลุมอุบัติเหตุหรือภยันตรายใด ๆ ที่เกิดจากการทำงาน”
ถ้ามีประกัน → ต้องเคลม
ถ้าไม่มีประกัน หรือประกันไม่พอ → ผู้รับจ้างต้องชดใช้เอง
และถ้าผู้รับจ้างเพิกเฉย → ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักจากค่าจ้างในสัญญาไปจ่ายแทนให้ลูกจ้างได้ทันที

-แล้วบ้านเรือนหรือทรัพย์สินภายนอกที่เสียหาย?
ข้อ 11 ยังระบุอีกว่า
ถ้าบุคคลภายนอกเสียหายจากการทำงานของผู้รับจ้าง
“ผู้รับจ้างต้องชดใช้ทั้งหมด รวมถึงว่าความแทนผู้ว่าจ้างหากมีการฟ้องร้อง”

-ถ้าต้องสร้างใหม่ ผู้รับจ้างมีสิทธิขอขยายเวลาไหม?
มีสิทธิครับ
แต่ต้องเป็นไปตาม ข้อ 21 ของสัญญาจ้างก่อสร้าง ซึ่งเขียนไว้ชัดว่า:
“ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุสุดวิสัย
พร้อมหลักฐาน เป็นหนังสือ ภายใน 15 วัน
นับจากวันที่เหตุสิ้นสุด
มิฉะนั้น ถือว่าสละสิทธิ์โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ”
คำว่าเป็นข่าวระดับประเทศ ≠ ผู้ว่าจ้างทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
ผู้รับจ้างยังต้อง “แจ้งเป็นหนังสือ” อยู่ดี
ถ้าไม่แจ้ง → หมดสิทธิขยายเวลา / งดค่าปรับทันที

-สรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด
 -ถ้าแบบแปลนถูกต้อง → ผู้รับจ้างต้องสร้างใหม่เองทั้งหมด ไม่คิดเงินเพิ่ม (ข้อ 11)
 -ถ้าพิสูจน์ได้ว่าแบบผิด → ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด
 -ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างเพิ่มจากผู้ว่าจ้าง แม้เป็นเหตุสุดวิสัย
 -คนงานเจ็บ-ตาย → ผู้รับจ้างต้องชดใช้ (ข้อ 12)
 -บ้านคนอื่นเสียหาย → ผู้รับจ้างต้องชดใช้ทั้งหมด
 -จะขอขยายเวลาก่อสร้าง → ต้องแจ้งใน 15 วัน (ข้อ 21)
 -ไม่แจ้ง = หมดสิทธิ์โดยไม่มีข้อยกเว้น

บทเรียนของรัฐ
-ต้องรู้หน้าที่ของผู้รับจ้าง ไม่ใช่ตีความแบบเอื้อประโยชน์ผิดทาง
-ต้องรู้ว่าข้อ 11, 12, 21 ของ “สัญญาจ้างก่อสร้าง” คือเครื่องมือคุ้มครองผลประโยชน์ของแผ่นดิน
-ต้องกล้าใช้สิทธิตามสัญญา
และที่สำคัญ… ต้องเข้าใจว่าแผ่นดินไหวไม่ได้แปลว่าไม่ต้องรับผิดเสมอไป!

ตึกถล่มไม่ควรทำให้กฎหมายถล่มไปด้วย
เจ้าหน้าที่รัฐต้องรู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้แนวทางที่ถูกต้อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างมืออาชีพ

เขียนโดย: ช่างถึก โยธาไทย
อดีตวิศวกรสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมโยธาไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ