วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเกิดกรณีมีอาคารของหน่วยงานรัฐหลายแห่งเกิดร้าวนั้น ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ออกแถลงการณ์ว่า ทางศูนย์ฯ ร่วมกับสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน จำนวน 155 คน ดำเนินการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหาย โดยมีการแบ่งอาคารในการตรวจสอบออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. อาคารกลุ่มที่ 1 ได้แก่ อาคารภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน อาคาราชการในเขต กทม. ตรวจสอบไป 69 หน่วยงาน จำนวน 213 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติ 190 อาคาร มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ 20 อาคาร โครงสร้างมีความเสียหายหนักโดยได้สั่งระงับการใช้อาคารจำนวน 3 อาคาร และทางเชื่อมอาคารจำนวน 1 แห่ง
2. อาคารกลุ่มที่ 2 ได้แก่ อาคารสูง โรงแรม คอนโดมิเนียม หอพัก ห้างสรรพสินค้าที่เป็นภาคเอกชน อาคารเหล่านี้ เป็นอาคารที่ต้องมีการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารทุกปีอยู่แล้ว
3. อาคารกลุ่มที่ 3 ได้แก่ อาคารบ้านพักอาศัย ตึกแถว ห้องแถว และอาคารทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนผ่าน ทราฟฟี่ ฟองดูว์ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 30 มีนาคม 2568 ได้รับแจ้งทั้งหมด 12,599 เรื่อง และดำเนินการแล้วเสร็จ 10,245 เรื่อง
สำหรับอาคารต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบอาคาร ร่วมกับวิศวกรขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
และวิศวกรอาสาของเอกชนในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการเช่นเดียวกับส่วนกลางและให้คำปรึกษาแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้มีการตรวจสอบอาคารสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล หรืออาคารหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้อาคาร ปัจจุบันได้มีผลการตรวจสอบอาคารในส่วนจังหวัด 76 จังหวัด จำนวน 595 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติจำนวน 499 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ จำนวน 92 อาคาร / โครงสร้างมีความเสียหายอย่างหนักโดยได้สั่งให้ระงับการใช้งานอาคาร จำนวน 4 อาคาร
สรุปผลการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 28 – 30 มี.ค. 2568 ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น จำนวน 808 อาคาร